ทัวร์ บริษัททัวร์ ทัวร์ต่างประเทศ รับจัดทัวร์ ทัวร์ทั่วโลก ทัวร์ราคาถูก
เที่ยวแบบมีคุณภาพ ในราคามิตรภาพ กับบริษัท ทัวรเอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ดอทคอม จำกัด รับจัดทัวร์ ทัวร์ส่วนตัว ทัวร์กรุ๊ป ในทุกเส้นทาง ทั่วโลก

 

ข้อมูลประเทศญี่ปุ่น

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ประวัติศาสตร์
ดูบทความหลักที่ ประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น
เครื่องปั้นดินเผายุคโจมง
เครื่องปั้นดินเผายุคโจมง
แผนที่แสดงที่ตั้งและเขตแดนการอพยพขึ้นไปบนหมู่เกาะญี่ปุ่นของอาณาจักรยามาไทโคกุ(邪馬台国)ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ทรงอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3
แผนที่แสดงที่ตั้งและเขตแดนการอพยพขึ้นไปบนหมู่เกาะญี่ปุ่นของอาณาจักรยามา ไทโคกุ(邪馬台国)ซึ่งเป็นอาณาจักรที่ทรงอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นในช่วงคริสต์ ศตวรรษที่ 3


ยุคโบราณ

อารยธรรมแรกที่เริ่มปรากฏขึ้นในดินแดนญี่ปุ่นเริ่มเมื่อประมาณ 10,000 ก่อนคริสตศกราช ซึ่งเรียกกันว่าวัฒนธรรมโจมงมี ลักษณะเป็นวัฒนธรรมแบบยุคหินและสิ้นสุดเมื่อเริ่มทำการเกษตรหลักฐานที่ ชัดเจนที่สุดในยุคนี้ก็คือเครื่องปั้นดินเผา ซึ่งเครื่องปั้นดินเผานี้มีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอย่างมาก

ตามที่บันทึกไว้ใน "นิฮงโชะกิ" (日本書紀, Nihonshoki) ซึ่งเป็นหนังสือเล่มแรกของญี่ปุ่น ได้กล่าวไว้ว่าประเทศญี่ปุ่นก่อตั้งเมื่อวันที่ 1 มกราคม 660 ปีก่อนคริสตกาล (ตามปฏิทินแบบเก่า) โดย คะมุยะมะโตะอิวะเระฮิโกะ (หรือเรียกตามชื่อรัชกาลว่า จักรพรรดิจินมุ) อย่างไรก็ดี มีความเชื่อว่าจักรพรรดิจินมุไม่ได้เป็นบุคคลจริงหรืออาจจะถูกเพิ่มเข้ามา ภายหลัง ในช่วงที่มีการแก้ไขนิฮงโชะกิ

ยุคต่อมาที่ต่อจากยุคโจมงคือ ยุคยาโยอิ เริ่มเมื่อประมาณ 300 ปี ก่อนคริสตศกราช เป็นยุคที่ผู้คนเริ่มเรียนรู้วิธีการปลูกข้าว การตีโลหะ ซึ่งได้รับความรู้มาจากผู้อพยพชาวจีนแผ่นดินใหญ่ บันทึกทางโบราณครั้งแรกที่ปรากฏชื่อเกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่นคือ หนังสือจีนราชวงศ์ฮั่นเมื่อปี พ.ศ. 600 (ค.ศ. 57) ซึ่งชาวญีปุ่นถูกเรียกว่าพวก วา(倭) และประกอบไปด้วยชนเผ่ากว่า 1,000 เผ่า

ตามบันทึกของจีนในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 3 อาณาจักรที่ทรงอำนาจมากที่สุดในญี่ปุ่นคืออาณาจักรที่มีชื่อว่า ยะมะไทโคกุ(邪馬台国) ซึ่งปกครองด้วยราชินีฮิมิโกะ(卑弥呼) ซึ่งกษัตรีพระองค์นี้ ได้เคยส่งคณะทูตไปยังประเทศจีนผ่านทางเกาหลีด้วย

คาดกันว่าประเทศญี่ปุ่นเริ่มใช้ชื่อประเทศว่า "นิฮง (日本, Nihon)" ครั้งแรก ในช่วงครึ่งหลังคริสต์ศตวรรษที่ 7 โดยพบหลักฐานในหนังสือของสาสน์ของทูตในปี พ.ศ. 1244 (ค.ศ. 701) ความหมายของคำว่า นิฮง มาจากการถือว่า "เป็นต้นกำเนิดของพระอาทิตย์เมื่อมองจากแผ่นดินใหญ่ของจีน" และโดยการทูตแล้ว ในสมัยนั้นถือว่าญี่ปุ่นมีฐานะเท่าเทียมกับแผ่นดินใหญ่

ยุคเริ่มอารยธรรมญี่ปุ่น

ยุคโคะฮุง ตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ถึง 7 เป็นยุคที่ญี่ปุ่นเริ่มมีการปกครองแบบราชวงศ์ ซึ่งศูนย์กลางการปกครองนั้นอยู่บริเวณเขตคันไซของประเทศ

เมื่อพระพุทธศาสนาได้เผยแพร่จากคาบสมุทรเกาหลี มาสู่หมู่เกาะญี่ปุ่น ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 5 ชนชั้นระดับปกครองของญี่ปุ่นในขณะนั้นก็ได้สนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ เจ้าชายโชโตะกุ พระองค์ได้สนับสนุนพระพุทธศาสนาอย่างมาก ถึงกับสร้างวัดหลายแห่งในประเทศญี่ปุ่น เช่น วัดชิเทนโนจิ(ปัจจุบันตั้งอยู่ในจังหวัดโอซะกะ) วัดตามแบบพุทธศาสนาแห่งแรก วัดโฮลิวจิ(ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนะระ) เป็นต้น นอกจากนั้นเพื่อให้ประเทศอยู่ด้วยความสงบ พระองค์ได้ทรงประกาศใช้ กฎหมาย 17 มาตรา ซึ่งเป็นกฎหมายญี่ปุ่นฉบับแรกอีกด้วย

ยุคนารา ระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 8 เป็นยุคแรกที่มีการก่อตัวเป็นอาณาจักรที่แข็งแรงของประเทศญี่ปุ่น มีระบบการปกครองอย่างมีระบบให้เห็นได้อย่างขัดเจน โดยการนำระบอบการปกครองมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ศูนย์กลางการปกครองในขณะนั้นก็คือ เฮโจวเกียว หรือบริเวณตัวเมืองนะระในปัจจุบัน หลังจากนั้นได้ย้ายมาที่ เมืองนะงะโอะกะ และ เฮอังเกียว ก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นโตเกียว ตามลำดับ เมืองหลวงที่มีระยะเวลานานที่สุดก็คือ เฮอังเกียว ซึ่งได้เป็นเมืองหลวงของประเทศนานถึง 1,074 ปี ซึ่งเราได้เรียกยุคตั้งแต่สถาปนาเมืองหลวงเฮอังเกียวจนถึงการตั้ง บะกุฮุ หรือ ค่ายรัฐบาล ว่า ยุคเฮอัง

วัดคิงงะกุจิ ในเมืองเกียวโต ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่พำนักของโชกุนในยุคมุโระมะจิ
วัดคิงงะกุจิ ในเมืองเกียวโต ซึ่งอาจจะเป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่โด่งดังที่สุดของญี่ปุ่น เป็นที่พำนักของโชกุนในยุคมุโระมะจิ

ระหว่างปี พ.ศ. 1337 (ค.ศ. 794) จนถึง ปี พ.ศ. 1728 ซึ่งเป็น ยุคเฮอัง นั้น ถือได้ว่าเป็นยุคทองของญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นยุคสมัยที่เริ่มมีการปรากฏของวัฒนธรรมญี่ปุ่น ซึ่งเกิดจากการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมจีน และของตนเอง สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดมากที่สุดคือ การประดิษฐ์ตัวอักษร ฮิรางานะ ซึ่งทำให้เกิดวรรณกรรมที่แต่งโดยตัวอักษรนี้เป็นจำนวนมาก เช่นในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 11 ได้มีการแต่งนวนิยายเรื่อง นิทานเกนจิ (源氏物語) ขึ้น ซึ่งเป็นนิยายที่บรรยายเกี่ยวกับการใช้ชีวิต การปกครองของตระกูลฟุจิวะระ นอกจากนั้นนวนิยายเรื่องนี้ยังเป็นนวนิยายที่เก่าแก่รองจากนวนิยายสามอาณาจักรของเกาหลี ที่ยังมีให้เห็นในโลกอยู่อีกด้วย

ยุคศักดินา

ยุคศักดินาญี่ปุ่นเริ่มจากการมีอำนาจการปกครองเหนือชนชั้นปกครองเดิมในญี่ปุ่นซึ่งก็คือชนชั้นราชวงศ์ ซึ่งสิ้นสุดลงในปี พ.ศ. 1728 (ค.ศ. 1185) ตามมาด้วยการพ่ายแพ้ของตระกูลไทระ ที่เสียให้แก่ มินะโมะโตะ โนะ โยะริโตะโมะ ซึ่งหลังจากนั้นเขาได้แต่งตั้งตนเองเป็นโชกุน และสร้าง บะกุฮุ หรือ ค่ายทหารในเมืองคะมะกุระ ยุคนี้เราเรียกว่าเป็น ยุคคะมะกุระ หลังจากการเสียชีวิตของโชกุนโยะริโตะโมะ ตระกูลโฮโจ ได้ก้าวขึ้นมาเป็นตระกูลโชกุนตระกูลใหม่ ซึ่งในยุคนี้ญี่ปุ่นจะต้องต่อสู้กับการุกรานของจักรวรรดิมองโกล

หลังจากการรุกรานของมองโกลครั้งสุดท้ายในปี พ.ศ. 1824 (ค.ศ. 1281) ในปี พ.ศ. 1876 (ค.ศ. 1333) คะมะกุระบะกุฮุก็ได้สูญเสียอำนาจให้แก่ อะชิกะงะ ทะกะอุจิ ซึ่งเขาได้ย้ายบะกุฮุไปตั้งไว้ที่กรุงเกียวโต เมืองหลวง และตั้งชื่อว่า มุโระมะจิบะกุฮุ หลังจากความสงบหลายร้อยปี ในช่วงปลายศตวรรษที่ 16 ได้เกิดสงครามกลางเมืองขึ้นในประเทศญี่ปุ่นเพราะบรรดาขุนนางที่หัวเมืองต่างทำสงครามเพื่อแย่งชิงความเป็นใหญ่ แผ่นดินญี่ปุ่นจึงเข้าสู่ยุคสงครามกลางเมือง หรือที่รู้จักกันว่า ยุคเซงโงะกุ

สงครามดำรงอยู่หลายสิบปี จนเมื่อปี พ.ศ. 2133 (ค.ศ. 1590) โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ ได้สามารถปราบปรามบ้านเมืองให้สงบลงได้ หลังจากได้รวมรวมบ้านเมืองเสร็จ โทโยโตมิ มีความคิดที่จะบุกคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเขาได้ทำการบุกถึง 2 ครั้ง จนเมื่อเขาเสียชีวิตลง โตกุงาวะ อิเอยะสึ ได้จัดการรวบรวมประเทศใหม่ และตั้งรัฐบาลใหม่ที่ เมืองเอโดะ ซึ่งรู้จักดีในชื่อยุคว่า ยุคเอโดะ

 สมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์

แผนที่จักรวรรดิญี่ปุ่น พ.ศ. 2485
แผนที่จักรวรรดิญี่ปุ่น พ.ศ. 2485

นับตั้งแต่รัชสมัยสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิจนถึงสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ประเทศญี่ปุ่นซึ่งปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ได้ใช้ชื่อประเทศว่า "จักรวรรดิญี่ปุ่น" (คันจิอย่างเก่า: 大日本帝國; คันจิอย่างใหม่: 大日本帝国; อ่านว่า ไดนิปปงเทโกกุ) โดยมีจักรพรรดิเป็นประมุข ในยุคนี้ญี่ปุ่นมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเหนือประเทศต่างๆ ในทวีปเอเชียมาก และยังได้ขยายอาณาเขตของประเทศออกไปอย่างกว้างขวาง โดยสามารถยึดครองดินแดนบางส่วนของประเทศจีน และดินแดนของจักรวรรดิเกาหลีทั้งหมด พร้อมทั้งล้มล้างราชวงศ์ลีของเกาหลีและจัดการปกครองโดยตรงอีกด้วย นอกจากนี้ยังทำสงครามกับรัสเซียเพื่อแย่งชิงดินแดนแมนจูเรียในคาบสมุทรเหลียวตุงจนได้รับชัยชนะ ทำให้ญี่ปุ่นกลายเป็นชาติมหาอำนาจทางทหารที่สำคัญในซีกโลกตะวันออก

ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้เสริมสร้างอำนาจทางการทหารให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเข้าเป็นชาติสมาชิกของมหาอำนาจฝ่ายอักษะ ต่อมาจึงได้เปิดฉากสงครามในแถบเอเชียแปซิฟิก (ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในชื่อ สงครามมหาเอเชียบูรพา) ในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2484 โดยการโจมตีฐานทัพเรือสหรัฐอเมริกาที่อ่าวเพิร์ลฮาเบอร์ และการยาตราทัพเข้ามายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แบบสายฟ้าแลบ ตลอดสงครามครั้งนั้น ญี่ปุ่นสามารถยึดครองประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ทั้งหมด แต่หลังจากที่ญี่ปุ่นพ่ายแพ้ให้แก่สหรัฐอเมริกาในการรบทางน้ำในมหาสมุทร แปซิฟิกตั้งแต่ พ.ศ. 2485 ญี่ปุ่นก็ตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้แก่ฝ่ายสัมพันธมิตรโดยง่าย ฝ่ายสหรัฐอเมริกาจึงตัดสินใช้ทิ้งระเบิดปรมาณูที่เมืองฮิโรชิมาและเมืองนางาซากิ ในวันที่ 6 และ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2488 ตามลำดับ ญี่ปุ่นจึงประกาศยอมแฟ้อย่างไม่มีเงื่อนไขในวันที่ 15 สิงหาคม ปีเดียวกัน

 การเมืองการปกครอง

ประเทศญี่ปุ่นปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเสรีภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยมีสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นประมุข แต่มีรัฐสภาเป็นสถาบันสูงสุดของรัฐ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าของคณะรัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรีได้รับเลือกจากสมาชิกรัฐสภา นอกจากนี้ตามรัฐธรรมนูญญี่ปุ่นฉบับที่ได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2490 (ค.ศ. 1947) หรือฉบับปัจจุบันได้มีการบัญญัติไว้ว่าสมเด็จพระจักรพรรดิทรงเป็นสัญลักษณ์ ของประเทศ มิใช่องค์ประมุขและไม่มีอำนาจในการบริหารประเทศ

รัฐสภา (国会, คกไก) ประกอบด้วย 2 สภา คือ

  • สภาผู้แทนราษฎร (衆議院, ชูงิอิง) มีสมาชิก 480 คน มาจากการเลือกตั้งทั่วประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และ
  • วุฒิสภา (参議院, ซังงิอิง) มีสมาชิก 242 คน มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 6 ปี โดยเลือกตั้งจำนวนครึ่งหนึ่งสลับกันไปทุก 3 ปี

พรรคการเมืองได้แก่

  • พรรคเสรีประชาธิปไตย (自由民主党) เป็นพรรคแกนนำรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร

294 ที่นั่ง (สตรี 26 คน) ในวุฒิสภา 111 ที่นั่ง (สตรี 12 คน) หัวหน้าพรรคคือนายยาซุโอะ ฟุคุดะ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

  • พรรคโคเมโตใหม่ (公明党) เป็นพรรคร่วมรัฐบาล มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 31 ที่นั่ง (สตรี 4 คน) ในวุฒิสภา

24 ที่นั่ง (สตรี 5 คน) หัวหน้าพรรคคือนายอะกิฮิโระ โอตะ

  • พรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Democratic Party of Japan: DPJ : Minshuto) แกนนำฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 113 ที่นั่ง (สตรี 10 คน) ในวุฒิสภา 82 ที่นั่ง (สตรี 11 คน) หัวหน้าพรรคคือนายอิจิโร โอะซะวะ
  • พรรคสังคมประชาธิปไตยญี่ปุ่น (Social Democratic Party of Japan : SDP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่ง

ในสภาผู้แทนราษฎร 7 ที่นั่ง (สตรี 2 คน) ในวุฒิสภา 6 ที่นั่ง (สตรี 1 คน) หัวหน้าพรรคคือนางมิซุโฮะ ฟุคุชิมะ

  • พรรคคอมมิวนิสต์ (Japan Communist Party - JCP) เป็นพรรคฝ่ายค้าน มีที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร 9 ที่นั่ง (สตรี

2 คน) ในวุฒิสภา 9 ที่นั่ง (สตรี 3 คน) หัวหน้าพรรคคือนายคะซุโอะ ชิอิ

การแบ่งเขตการปกครอง

ญี่ปุ่นแบ่งการปกครองออกเป็น 47 จังหวัด(บริเวณเขตและจังหวัดต่างๆของญี่ปุ่น) และ 8 ภูมิภาค ซึ่งมักจะถูกจับเข้ากลุ่มตามเขตแดนที่ติดกันที่มีวัฒนธรรมและสำเนียงการพูด ใกล้เคียงกัน ทุกจังหวัดจัดให้มีการเลือกตั้งเพื่อเลือกผู้ว่าราชการจังหวัด

ฮอกไกโด โทโฮะกุ คันโต จูบุ
1.  ฮอกไกโด
 
2.  อะโอะโมะริ
3.  อิวะเตะ
4.  มิยะงิ
5.  อะกิตะ
6.  ยะมะงะตะ
7.  ฟุกุชิมะ
 
8.  อิบะระกิ
9.  โทะจิงิ
10.  กุนมะ
11.  ไซตะมะ
12.  จิบะ
13.  โตเกียว
14.  คะนะงะวะ
 
15.  นิอิงะตะ
16.  โทะยะมะ
17.  อิชิกะวะ
18.  ฟุกุอิ
19.  ยะมะนะชิ
20.  นะงะโนะ
21.  กิฟุ
22.  ชิซึโอะกะ
23.  ไอจิ
 
คันไซ จูโงะกุ ชิโกะกุ คิวชู และ โอะกินะวะ
24.  มิเอะ
25.  ชิงะ
26.  เกียวโตะ
27.  โอซะกะ
28.  เฮียวโงะ
29.  นะระ
30.  วะกะยะมะ
 
31.  โทตโตะริ
32.  ชิมะเนะ
33.  โอะกะยะมะ
34.  ฮิโระชิมะ
35.  ยะมะงุจิ
 
36.  โทะกุชิมะ
37.  คะงะวะ
38.  เอะฮิเมะ
39.  โคจิ
 
40.  ฟุกุโอะกะ
41.  ซะงะ
42.  นะงะซะกิ
43.  คุมะโมะโตะ
44.  โออิตะ
45.  มิยะซะกิ
46.  คะโงะชิมะ
47.  โอะกินะวะ
 

หมายเหตุ

  • คำว่าจังหวัดในภาษาญี่ปุ่นมี 4 แบบ คือ
    • โทะ (都) ใช้เฉพาะโตเกียวซึ่งเป็นเมืองหลวง
    • โด (道) เฉพาะฮอกไกโด
    • ฟุ (府) ใช้กับเกียวโตะและโอซะกะซึ่งเคยเป็นเมืองหลวงในอดีต
    • เค็ง (県) ใช้กับจังหวัดอื่น ๆ
  • เมื่อพูดถึงจังหวัดรวม ๆ จะใช้ว่า โทะโดฟุเก็ง (都道府県)

ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองใหญ่เป็นจำนวนมาก ซึ่งแต่ละเมืองต่างมีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศ ทั้งทางด้าน เศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม

ภูมิศาสตร์

แผนที่ประเทศญี่ปุ่น
แผนที่ประเทศญี่ปุ่น
แผนที่ประเทศญี่ปุ่นแสดงป่าไม้และเทือกเขา
แผนที่ประเทศญี่ปุ่นแสดงป่าไม้และเทือกเขา

ประเทศญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นกลุ่มเกาะ ทำให้ภูมิประเทศติดกับทะเล ไม่ติดกับประเทศใดเลย พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่กว่า 70เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และไม่สามารถอาศัยหรือทำการเพาะปลูกได้ นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวมากกว่าทุกๆ ประเทศในโลก ที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบกับภาวะแผ่นดินไหวเช่นนี้เพราะ ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บน วงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกซึ่งมีรอยเลื่อนต่างๆ มากมาย

ประเทศญี่ปุ่นสามารถแบ่งเขตของภูมิอากาศได้ 6 เขต คือ

  • ฮอกไกโด: เหนือสุดของประเทศ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
  • ทะเลญี่ปุ่น: ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางฝากตะวันตกของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะตกมาก และในข่วงฤดูร้อนอะกาศจะเย็นกว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
  • ที่สูงตอนกลาง: อุณหภูมิระหว่างฤดูและกลางวันกลางคืนมีความแตกต่างมาก
  • ทะเลเซะโตะ: มีอากาศชื้นตลอดทั้งปี
  • ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก: ตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรทางตะวันออกของประเทศ ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวเย็นแต่ไม่ค่อยมีหิมะตก ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนและชื้น
  • หมู่เกาะตะวันตกเฉียงใต้: หมู่เกาะริวกิวมีอุณหภูมิกึ่งเขตร้อน คืออุ่นในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน มีฝนตกมากและมีไต้ฝุ่นผ่านมาในช่วงเปลี่ยนฤดู

ฤดูฝนหลักเริ่มต้นขึ้นในต้นเดือนพฤษภาคมที่โอะกินะวะ และจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปจนถึงฮอกไกโดในปลายเดือนกรกฎาคม บนเกาะฮอนชูฤดูฝนจะเริ่มในกลางเดือนของเดือนมิถุนายน มีระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง ส่วนอีกช่วงที่มีฝนตกคือช่วงเปลี่ยนฤดูระหว่างฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง

การใช้พื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น

ตารางแสดงพื้นที่และการใช้พื้นที่ของประเทศญี่ปุ่น ( คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ )

ปี กสิกรรม ป่าไม้ ทุ่งหญ้า พื้นน้ำ ถนน อาคาร อื่น ๆ
1990 14.1 66.8 0.7 3.5 3.0 4.3 7.5
1991 14.0 66.8 0.7 3.5 3.0 4.3 7.6
1992 13.9 66.7 0.7 3.5 3.1 4.4 7.7
1993 13.8 66.6 0.7 3.5 3.1 4.4 7.8
1994 13.7 66.6 0.7 3.5 3.1 4.5 7.9
1995 13.6 66.5 0.7 3.5 3.2 4.5 8.0
1996 13.4 66.5 0.7 3.5 3.2 4.6 8.0
1997 13.3 66.5 0.7 3.5 3.3 4.6 8.1

 กองทัพ

กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น
กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น

แน่นอนว่าญี่ปุ่นมีทหารเป็นรั้วของชาติ มีอัตรากำลังพลแบ่งเป็นกองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดิน(กองทัพบก)151,800 นาย กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล(กองทัพเรือ)45,800 นาย(ปี2003)และกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศ(กองทัพอากาศ)45,000 นาย (ปี2005)หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองประเทศญี่ปุ่นก็ได้ทำสนธิสัญญาเพื่อชด ใช้ความผิดตัวเองให้กับนานาชาติ ซึ่งรวมไปถึงการถูกควบคุมกองกำลังทหารโดยอเมริกา แม้ญี่ปุ่นจะไม่มีกองทัพทหารแต่ญี่ปุ่นก็มีกองกำลังป้องกันตนเอง กองกำลังป้องกันตัวเองของญี่ปุ่นนั้นมิใช่กองกำลังเล็กๆไร้ประสิทธิภาพ แต่เป็นกองกำลังที่มีประสิทธิภาพมากเลยทีเดียว ประเทศญี่ปุ่นสามารถผลิตเครื่องบินรบและอาวุธอีกหลายอย่างไว้ใช้ได้เอง ในอนาคตหากประเทศญี่ปุ่นสามารถพัฒนาด้านการทหารโดยอิสระแล้ว ประเทศญี่ปุ่นคงเป็นประเทศที่มีอำนาจทางทหารเป็นอย่างมาก

ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้ยกสถานะกองบัญชาการกองกำลังป้องกันตนเองขึ้นเป็นกระทรวงกลาโหมแล้ว

กองกำลัง ธงประจำกองทัพ
* กองกำลังป้องกันตนเองทางพื้นดินของญี่ปุ่น (กองทัพบกญี่ปุ่น)
* กองกำลังป้องกันตนเองทางทะเล (กองทัพเรือญี่ปุ่น)
* กองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (กองทัพอากาศญี่ปุ่น)

นโยบายต่างประเทศ

ญี่ปุ่นรักษาความสัมพันธ์ทางเศรฐกิจและกองทัพกับสัญญาพันธมิตรกับสหรัฐอเมริกา และใช้การเป็นสัมพันธมิตรและความปลอดภัยนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่นที่เวทีสมาชิกของสหประชาชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ญี่ปุ่นได้รับใช้เป็นสมาชิกสภาความปลอดภัย (ไม่ถาวร) รวม 18 ปี มากที่สุด เมื่อปี พ.ศ. 2548 – 2549 ญี่ปุ่นยังเป็นหนึ่งในชาติ G4 การเข้าเป็นสมาชิกถาวรในสภาความปลอดภัยซึ่งเป็นสมาชิกของ G8 APEC และที่ร่วมวงการสุดยอดในเอเชียตะวันออก ญี่ปุ่นมีส่วนด้วยในการตื่นตัวธุระระหว่างประเทศ ญี่ปุ่นมีปัญหาระหว่างประเทศ (ในเอเชียตะวันออก)หลายๆ ด้าน เช่นปัญหาข้อพิพาทดินแดนและเกาะต่างๆกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น กับรัสเซียที่เกาะคูริลทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัสเซีย กับประเทศเกาหลีใต้ทางใต้ตรงข้ามกับ ทะเกะชิมะ จีน และ ไต้หวัน เป็นต้น

 เศรษฐกิจ

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก ความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจญี่ปุ่น จะมีผลกระทบอย่างมากต่อเศรษฐกิจโลก หน่วยเงินตราที่ใช้ คือ เยน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสามหน่วยเงินหลักของโลก

ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีทรัพยากรธรรมชาติแต่ที่มีอยู่มาก คือ ซีเมนต์ ที่ใช้วัตถุดิบคือหินภูเขาไฟ แก้ว ทอง เงิน ทองแดง และถ่านหิน

อุตสาหกรรมนั้นเป็นเน้นไปที่การผลิต มีการนำเข้าน้ำมันดิบและแร่เหล็ก เพื่อนำไปผลิตรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เคมีภัณฑ์ ส่งออกไปจำหน่าย ถือเป็นการค้าโดยการผลิต ในปัจจุบันมีการนำเข้าชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ จากประเทศเกาหลีใต้และไต้หวัน โดยการนำเข้าแล้วส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์มีปริมาณมากที่สุด

ประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา ประเทศในเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ สหภาพยุโรป ซาอุดีอาระเบีย และจีน โดยไม่มีการขาดดุลทางการค้า

  • ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GDP) ประมาณ 4,223 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (50.2 ล้านล้านเยน/ ปี 2548 : อัตราเเลกเปลี่ยน 119 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ)
  • อัตราการเติบโตของ GDP ร้อยละ 2.7 (ปี 2548)
  • เงินตรา สกุลเงินเยน (YEN: Y )(円)
  • รายได้ประชาชาติ 32,989 ดอลลาร์สหรัฐ /คน/ ปี (ปี 2548)
  • อัตราการว่างงาน ร้อยละ 4.4 (ปี 2548)
  • อัตราแลกเปลี่ยน ประมาณ 119 เยน/ 1 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 27.35 บาท/ 100 เยน (30 มิถุนายน 2550)
  • อัตราเงินเฟ้อ ร้อยละ - 0.3 (ปี 2548)
  • สินค้าส่งออก เครื่องจักรกลและอุปกรณ์ต่าง ๆ รถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เคมีภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์จากโลหะเหล็กและเหล็กกล้า สิ่งทอ และเครื่องบริโภค
  • สินค้านำเข้า เครื่องจักร ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ผลิตภัณฑ์อาหาร วัตถุดิบต่าง ๆ สิ่งทอ
  • ตลาดนำเข้าที่ สำคัญ จีน สหรัฐฯ ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน เยอรมนี และไทย (ไทยอันดับที่ 10 / ปี 2548)
  • ตลาดส่งออกที่สำคัญ สหรัฐฯ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ได้หวัน ฮ่องกง ไทย สิงคโปร์ สหราชอาณาจักร มาเลเซีย และออสเตรเลีย (ไทยอันดับที่ 6 / ปี 2548)
  • เงินทุนสำรองระหว่างประเทศ 864.88 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (มิถุนายน 2549)

ประชากร

แยกชิบุยะ ถนนที่มีผู้คนเยอะที่สุดในโตเกียว
แยกชิบุยะ ถนนที่มีผู้คนเยอะที่สุดในโตเกียว

ดูรายชื่อทั้งหมดที่รายชื่อเมืองในญี่ปุ่นเรียงตามจำนวนประชากร

ประชากรญี่ปุ่นมีประมาณ 128 ล้านคน คนญี่ปุ่นมีลักษณะเป็นชาตินิยมและอนุรักษ์นิยม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเป็นชนชาติที่ฉลาด จะเห็นได้จากในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกในเอเชียที่ สามารถพาตัวเองเข้าสู่ยุคใหม่ได้เร็วที่สุด และหลังสงครามโลกจากประเทศที่แทบไม่เหลืออะไรเลยสามารถพัฒนาตนเองในเวลาแค่ 30 กว่าปี เป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก และเป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของภูมิภาคเอเชีย ทั้งๆที่ญี่ปุ่นนั้นมีทรัพยากรอยู่น้อยมาก และยังมีภัยธรรมชาติมากมาย

จำนวนประชากร

รายชื่อเมืองใหญ่เรียงตามจำนวนประชากร 20 อันดับแรก สำรวจเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ที่ เมือง จังหวัด ประชากร
1 โตเกียว (東京23区) โตเกียว (東京都) 8,543,412 (เฉพาะ 23 เขตการปกครองพิเศษในจังหวัด)
2 โยะโกะฮะมะ (横浜市) คะนะงะวะ (神奈川県) 3,605,393
3 โอซะกะ (大阪市) โอซะกะ (大阪府) 2,636,680
4 นะโงะยะ (名古屋市) ไอจิ (愛知県) 2,225,129
5 ซัปโปะโระ (札幌市) ฮอกไกโด (北海道) 1,889,846
6 โคเบะ (神戸市) เฮียวโงะ (兵庫県) 1,529,435
7 เกียวโตะ (京都市) เกียวโตะ (京都府) 1,473,177
8 ฟุกุโอะกะ (福岡市) ฟุกุโอะกะ (福岡県) 1,416,607
9 คะวะซะกิ (川崎市) คะนะงะวะ (神奈川県) 1,343,845
10 ไซตะมะ (さいたま市) ไซตะมะ (埼玉県) 1,183,307
11 ฮิโระชิมะ (広島市) จังหวัดฮิโระชิมะ (広島県) 1,158,621
12 เซนได (仙台市) มิยะงิ (宮城県) 1,027,909
13 คิตะคิวชู (北九州市) ฟุกุโอะกะ (福岡県) 990,655
14 จิบะ (千葉市) จิบะ (千葉県) 931,107
15 ซะไก (堺市) โอซะกะ (大阪府) 832,589
16 นีงะตะ (新潟市) นีงะตะ (新潟県) 812,875
17 ฮะมะมะสึ (浜松市) จังหวัดชิซึโอะกะ (静岡県) 807,425
18 ชิซึโอะกะ (静岡市) ชิซึโอะกะ (静岡県) 712,191
19 โอะกะยะมะ (岡山市) โอะกะยะมะ (岡山県) 677,077
20 คุมะโมะโตะ (熊本市) คุมะโมะโตะ (熊本県) 670,321

อุตสาหกรรม

ปัจจุบันญี่ปุ่นเป็นชาติอุตสาหกรรมที่สำคัญที่สุดชาติหนึ่งของโลก มีโรงงานอุตสาหกรรมที่ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ สาเหตุที่ทำให้ญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าทางอุตสาหกรรมมีดังนี้

  1. มีความรู้ความชำนาญในกิจการอุตสาหกรรม
  2. มีประชากรมาก มีความรู้ดีและ มีการศึกษาสูง
  3. ญี่ปุ่นมีพลังงานน้ำและถ่านหินเพียงพอต่อการใช้พลังงานงานของประเทศ
  4. ตลาดสินค้าอุตสาหกรรมอยู่ไม่ไกล และผู้คนในต่างประเทศนิยมสินค้าญี่ปุ่น
  5. แหล่งวัตถุดิบส่วนใหญ่ได้มาจากตลาดจำหน่ายสินค้าอุตสาหกรรม
  6. เนื้อที่เพาะปลูกมีน้อยรัฐต้องส่งเสริมการอุตสาหกรรมแทนการเพาะปลูก
  7. ญี่ปุ่นเจริญก้าวหน้าด้านวิชาการ ประกอบกับมีการคมนาคมขนส่งและการธนาคารที่ดี

 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

อาซิโม
อาซิโม

ญี่ปุ่นคือประเทศที่มีวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง อิเล็กโทรนิคและอุตสาหกรรมทันสมัยมาก และผลิตภัณฑ์อิเล็กโทรนิคของญี่ปุ่นยังมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยม ตั้งแต่ประเทศที่ไม่มีส่วนในการแข่งขันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สหภาพโซเวียตและสหรัฐอเมริกามีการพัฒนาเทคโนโลยีมากขึ้นจนกลายเป็นมหาอำนาจ ของโลก ญี่ปุ่นคือหนึ่งในชาติที่นำการวิจัยแบบวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีมาใช้กับเครื่องกลไกและการวิจัยทางแพทย์กับงบประมาณที่ใหญ่ที่สุด แห่งหนึ่งของโลกสำหรับการวิจัยและการพัฒนามีงบประมาณอยู่ที่ 130 พันล้านดอลลาร์ และมีผู้วิจัย 677,000 คน

การศึกษา

บทความหลัก: การศึกษาของญี่ปุ่น
ห้องเรียนทั่วไปของญี่ปุ่น
ห้องเรียนทั่วไปของญี่ปุ่น

สังคมญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก เด็กๆจะได้รับการศึกษาใน 3 ทาง ได้แก่ เรียนโรงเรียนรัฐบาลสำหรับการศึกษาภาคบังคับ เรียนโรงเรียนเอกชนสำหรับการศึกษาภาคบังคับ หรือ เรียนโรงเรียนเอกชนที่ไม่ได้ยึดมาตรฐานของกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

แม้ว่าการเรียนในชั้นมัธยมปลาย จะไม่เป็นการศึกษาภาคบังคับ ประชาชนมากกว่า 90% ก็เข้าเรียนในชั้นมัธยมปลาย นักเรียนมากกว่า 2.5 ล้านคนเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยและวิทยาลัย ในอดีต กระบวนการคัดเลือกเพื่อเรียนในชั้นสูงขึ้น ถูกมองว่า "โหด" หรือ "ราวกับสงคราม" แต่ด้วยจำนวนของเด็กญี่ปุ่นที่มีอัตราการเกิดน้อยลง กระแสนี้ก็เปลี่ยนไปในทางอื่น ปัจจุบันโรงเรียนต่างแข่งขันกันเองเพื่อรับนักเรียน เด็กๆจำนวนมากถูกส่งไปยัง จุกุ (โรงเรียนกวดวิชา) นอกเหนือจากการเรียนในโรงเรียน

 การศึกษาในสังคมญี่ปุ่น

วัฒนธรรมญี่ปุ่นสอนให้เคารพต่อสังคมและมีการสร้างแรงจูงใจให้อยู่รวมเป็น กลุ่มโดยให้รางวัลเป็นกลุ่มมากกว่าจะให้รางวัลเป็นบุคคล การศึกษาของญี่ปุ่นเน้นหนักในเรื่องความขยัน การตำหนิตนเอง และอุปนิสัยการเรียนรู้ที่ดี ชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังว่าการทำงานหนักและความขยันหมั่นเพียรจะทำให้ประสบความ สำเร็จในชีวิต โรงเรียนจึงอุทิศให้กับการสอนทัศนคติ คุณธรรม จริยธรรมให้กับนักเรียนทั้งทางตรงและทางอ้อม เพื่อที่จะพัฒนาอุปนิสัยและมีเป้าหมายในการสร้างประชากรที่สามารถอ่านออก เขียนได้ และปรับตัวให้เข้ากับค่านิยมและวัฒนธรรมของสังคมได้

ความสำเร็จทางการศึกษาของญี่ปุ่นอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับมาตรฐานสากล ในการสอบวัดความรู้ด้านคณิตศาสตร์นานาชาติ เด็กญี่ปุ่นถูกจัดให้อยู่ในอันดับต้นๆมาโดยตลอด ระบบนี้เป็นผลมาจากการสมัครเข้าเรียนสูง ตลอดจนอัตราการรับ ระบบการสอบเข้า (การสอบเอนทรานซ์) โดยเฉพาะในระดับมหาวิทยาลัยมีอิทธิพลต่อการศึกษาทั้งระบบเป็นอย่างมาก รัฐบาลไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนทางการศึกษาแต่เพียงผู้เดียว โรงเรียนเอกชนก็มีบทบาทสำคัญในด้านการศึกษา รวมถึงโรงเรียนที่อยู่นอกระบบเช่นวิทยาลัยของเอกชน ก็มีบทบาทสำคัญในการศึกษาและเป็นส่วนมากในการศึกษา

เด็กๆส่วนใหญ่จะเข้าโรงเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล แม้ว่าจะไม่ใช่ส่วนหนึ่งของระบบการศึกษาก็ตาม ระบบการศึกษาเป็นภาคบังคับ เลือกโรงเรียนได้อิสระและให้การศึกษาที่พอเหมาะแก่เด็กๆทุกคนตั้งแต่เกรด 1 (เทียบเท่า ป.1) จนถึง เกรด 9 (เทียบเท่า ม.3) ส่วนเกรด 10 ถึงเกรด 12 (ม.4 - 6) นั้นไม่บังคับ แต่ 94% ของนักเรียนที่จบชั้นมัธยมต้น เข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมปลาย ประมาณ 1 ใน 3 ของนักเรียนที่จบชั้นมัธยมปลายเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลย 4 ปี junior colleges 2 ปี หรือเรียนต่อที่สถาบันอื่นๆ

ญี่ปุ่นเป็นสังคมที่ให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก และเป็นสังคมที่มีระเบียบวินัย การศึกษาเป็นสิ่งที่น่าเคารพยกย่อง และความสำเร็จเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับการประสบความสำเร็จในงานและในสังคม ทุกวันนี้ มุมมองแตกต่างออกไป โรงเรียนต่างแข่งขันกันเพื่อรับนักเรียน การสอบเอนทรานซ์กลายเป็นสิ่งที่ stolid in an attempt to maintain operations ทุกวันนี้ โรงเรียนรับนักเรียนในอัตราต่ำกว่าที่รับได้มาก ถือเป็นปัญหาด้านงบประมาณขั้นรุนแรง โรงเรียนถูกสร้างเพื่อรับนักเรียน 1,000 คน แต่กลับรับนักเรียนเพียง 1 ใน 3 ของจำนวนที่รับได้ แต่นี้ไม่ได้ทำให้จำนวนนักเรียนในแต่ละห้องน้อยลง ห้องเรียนส่วนใหญ่มีนักเรียนอยู่ระหว่าง 35 - 46 คน

การศึกษาชั้นประถมและชั้นมัธยม

นักเรียนชั้นประถมของญี่ปุ่น
นักเรียนชั้นประถมของญี่ปุ่น
นักเรียนชั้นมัธยมต้นของญี่ปุ่น
นักเรียนชั้นมัธยมต้นของญี่ปุ่น
นักเรียนชั้นมัธยมต้นของญี่ปุ่น
นักเรียนชั้นมัธยมต้นของญี่ปุ่น
  • ชั้นประถม (小学校 โชกักโก): 6 ปี, อายุ 6–12 ปี
  • ชั้นมัธยมต้น (中学校 ชูกักโก): 3 ปี, อายุ 12–15 ปี
  • ชั้นมัธยมปลาย (高等学校 โคโตกักโก หรือ 高校 โคโก): 3 ปี อายุ 15–18 ปี

ปีการศึกษาจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน และสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม ของปีถัดไป การเรียนจะแบ่งเป็น 3 เทอม เมื่อก่อน เด็กญี่ปุ่นจะต้องเรียนที่โรงเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์เต็มวัน และเรียนวันเสาร์อีกครึ่งวัน สิ่งเหล่านี้หมดไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 อย่างไรก็ตาม ครูหลายคนยังสอนในช่วงสุดสัปดาห์รวมถึงวันหยุดภาคฤดูร้อนซึ่ง มักจะเป็นเดือนสิงหาคม กฎหมายกำหนดให้หนึ่งปีการศึกษามีการเรียนอย่างน้อย 210 วัน แต่โรงเรียนส่วนมากมักจะเพิ่มอีก 30 วันสำหรับเทศกาลของโรงเรียน การแข่งขันกีฬา และพิธีที่ไม่เกี่ยวกับการเรียน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ร่วมมือกันทำงานเป็นกลุ่มและสปิริตของโรงเรียน จำนวนวันที่มีการเรียนการสอนจึงเหลืออยู่ประมาณ 195 วัน

ชาวญี่ปุ่นมีความเชื่อในเรื่องของการศึกษาว่าเด็กๆทุกคนมีความสามารถใน การเรียนรู้ ตัวกำหนดความสำเร็จทางการศึกษา คือ ความพยายาม ความพากเพียร และการมีระเบียบวินัยต่อตนเอง ไม่ใช่ความสามารถทางการเรียน การศึกษาและพฤติกรรมเป็นสิ่งที่สามารถฝึกอบรมได้ ดังนั้น นักเรียนในชั้นประถมและชั้นมัธยมต้นจึงไม่ได้ถูกแบ่งกลุ่มตามความสามารถของ แต่ละคน การสอนจะไม่ถูกปรับให้เหมาะสมกับความแตกต่างของบุคคล

หลักสูตรการศึกษาแห่งชาติกำหนดให้นักเรียนได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ พอเหมาะ และการเรียนภาคบังคับถือเป็นการปฏิบัติต่อนักเรียนด้วยความเสมอภาค มีการกระจายงบประมาณไปตามโรงเรียนต่างๆอย่างเท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม การที่หลักสูตรกำหนดเช่นนี้ส่งผลให้ขาดความยืดหยุ่น รวมถึงความสอดคล้องกันของพฤติกรรม มีความพยายามเพียงน้อยนิดที่จะกระตุ้นนักเรียนให้มีความสนใจพิเศษ การปฏิรูปการศึกษาในช่วงปี พ.ศ. 2523 มีเป้าหมายเพื่อเน้นในเรื่องความยืดหยุ่น ความคิดสร้างสรรค์ และการเพิ่มโอกาสให้นักเรียนได้แสดงออกในสิ่งที่ตนเองชอบ แต่กระนั้นความพยายามก็บังเกิดผลเพียงน้อยนิด การคิดเชิงวิพากษ์ไม่ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า นักเรียนจะถูกสอนให้จำเนื้อหาที่พวกเขาต้องใช้สอบ ผลการเรียนที่สูงจึงไม่ได้ชี้วัดความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน

ปัญหาที่มีมาโดยตลอด คือความคิดเกี่ยวกับการกดนักเรียนที่ทำตัวโดดเด่นในห้องเรียน เนื่องจากนักเรียนจะถูกจำกัดให้ทำเกรดในแต่ละวิชา จึงไม่มีความต้องการรับนักเรียนที่มีความสามารถเป็นเลิศหรือนักเรียนที่ขาด ความสามารถในการเรียน เช่น นักเรียนที่เกิดในประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็น หลัก ก็ยังต้องเรียนวิชาภาษาอังกฤษในระดับชั้นที่เขาเรียน เช่นเดียวกับนักเรียนชั้น ม. 3 ที่ยังไม่ได้เรียนวิชาคณิตศาสตร์ปีแรก เขาจะต้องเข้าเรียนวิชาคณิตศาสตร์ในระดับที่เกินกว่าความสามารถของเขา นักเรียนที่ขาดความสามารถในการเรียนจะถูกจัดให้เรียนในชั้นเรียนปกติ ซึ่งครูไม่ได้รับการฝึกมาเป็นพิเศษสำหรับการสอนพวกเขา ไม่มีวิธีแก้ไขหรือมีชั้นเรียนพิเศษสำหรับความต้องการของนักเรียนแต่ละคน

นักเรียนที่เรียนในการศึกษาภาคบังคับจะได้รับตำราเรียนฟรี คณะบริหารของโรงเรียนเป็นผู้เลือกตำราเรียนทุกๆสามปี โดยเลือกจากรายชื่อหนังสือที่กระทรวงการศึกษาได้รับรองแล้วหรือหนังสือที่ กระทรวงจัดทำขึ้นเอง กระทรวงจะเป็นผู้รับภาระค่าตำราทั้งในโรงเรียนรัฐบาลและโรงเรียนเอกชน ตำราเรียนมีขนาดเล็ก ใช้ปกอ่อนหุ้ม สามารถพกพาได้โดยง่าย และถือเป็นสมบัติของนักเรียน

โรงเรียนส่วนใหญ่จะมีระบบดูแลด้านสุขภาพ มีสิ่งของด้านการศึกษาและกีฬาอยู่พอประมาณ โรงเรียนประถมส่วนใหญ่มีสนามเด็กเล่นกลางแจ้ง ประมาณร้อยละ 90 มีโรงยิม และร้อยละ 75 มีสระว่ายน้ำกลางแจ้ง

ตั้งแต่ประถมจนถึงมัธยม นักเรียนจะต้องอยู่ในกลุ่มโฮมรูมของตน หมายความว่า พวกเขาจะต้องทำงานกับนักเรียนที่อยู่ในโฮมรูมเดียวกันตลอดทั้งปี เพื่อปลูกฝังเรื่องการทำงานเป็นกลุ่มและความภาคภูมิใจในโรงเรียนของตน โรงเรียนที่ญี่ปุ่นมีนักการภารโรงที่ทำงานด้านความสะอาดอยู่น้อยมาก

สองปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1980 คือ ปัญหาการกลั่นแกล้ง และโรคกลัวโรงเรียน ผู้เชี่ยวชาญปฏิสธที่จะยอมรับสาเหตุเฉพาะเจาะจงของปัญหาเหล่านี้ อย่างไรก็ตาม เชื่อกันว่าปัญหานี้เกิดมาจากการที่ระบบการศึกษาแทบจะไม่สนับสนุนการช่วย เหลือตามปัจเจกบุคคล ส่งผลให้นักเรียนที่ไม่สามารถทำตามความต้องการส่วนรวมได้มักพบกับความลำบาก ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือนักเรียนที่เพิ่งกลับมาจากการศึกษาที่ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนที่อยู่ต่างประเทศเป็นเวลานาน มักจะมีปัญหาในด้านการอ่าน การเขียนและการปรับตัวให้เป็นหนึ่งเดียวกับห้องเรียน แม้ว่าจะปรับตัวแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะได้รับการยอมรับ เด็กนักเรียนที่รับวัฒนธรรมการพูด การแต่งตัว หรือรับพฤติกรรมแบบต่างประเทศมา จะโดนมองว่าแปลกแยก

โครงสร้าง

การศึกษาของญี่ปุ่นถือเป็นความรับผิดชอบระดับชาติ ระดับจังหวัดและระดับเมือง กระทรวงการศึกษาฯ (MEXT) จะมีคณะวิจัยกระบวนการศึกษาคอยให้คำแนะนำและให้แนวทางแก่รัฐบาล ในอดีต "คำแนะนำ" เป็นสิ่งที่ถูกตรวจสอบอย่างรอบคอบ และหลงไปในทางที่ทำให้มีการตัดงบประมาณ อย่างไรก็ตาม การปฏิรูปการศึกษาเมื่อไม่นานมานี้ได้เพิ่มอำนาจให้กับรัฐบาลมากขึ้น MEXT จะตรวจสอบเนื้อหาในตำราเรียนให้มีมุมมองที่เป็นกลางและมีข้อมูลที่ถูกต้อง เหมาะสมแก่การสอนนักเรียน

ในอดีต MEXT ได้กำหนดเนื้อหาสูงสุดที่จะใส่ในตำราเรียนได้ แต่ปัจจุบันหลังจากปฏิรูปการศึกษา MEXT ได้กำหนดเนื้อหาขั้นต่ำที่จะต้องใส่ในตำรา โรงเรียนหลายโรงเรียนจึงใช้ตำราเรียนและตำราเสริมที่ไม่ได้รับรองโดย MEXT เพราะว่าเนื้อหาในตำราเรียนนั้นอยู่ในระดับต่ำซึ่งไม่สามารถทำให้เกิดความ เข้าใจในวิชาอย่างลึกซึ้งได้

 ครู

ครูเป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีสถานะทางสังคมสูง เป็นผลมาจากการที่กฎหมายญี่ปุ่นและประชาชนคาดหวังในหน้าที่ของครู สังคมคาดหวังว่าครูจะช่วยปลูกฝังทัศนคติของสังคมลงในตัวเด็ก เพราะการสอนนั้นรวมถึงการสอนเรื่องคุณธรรมจริยธรรม และการพัฒนาอุปนิสัยของเด็ก

ห้องพักครูของโรงเรียนมัธยมต้นโอะนิสุกะ จังหวัดซะงะ ญี่ปุ่น
ห้องพักครูของโรงเรียนมัธยมต้นโอะนิสุกะ จังหวัดซะงะ ญี่ปุ่น

การเรียนคุณธรรมในห้องเรียน และการสอนอย่างไม่เป็นทางการ ถูกมองว่าเป็นหน้าที่ตามกฎหมายของการสอน ครูจะต้องรับผิดชอบต่อโรงเรียนและนักเรียนแม้จะอยู่นอกห้องเรียนหรือนอก ชั่วโมงเรียน ครูประจำโฮมรูมจะไปเยี่ยมนักเรียนที่ไม่ยอมไปโรงเรียนเพื่อให้นักเรียนไป โรงเรียน ครูที่ปล่อยให้นักเรียนกระทำผิดกฎหมายนอกโรงเรียน จะถูกเรียกร้องให้แสดงความรับผิดชอบและแสดงการขอโทษ เช่นเดียวกับนายจ้างที่ปล่อยให้ลูกจ้างทำผิดกฎหมาย

ครูมีรายได้ดี และมีการปรับเงินเดือนของครูอยู่เป็นระยะๆ เงินเดือนเริ่มต้นของครูเป็นที่น่าพึงพอใจเมื่อเทียบกับอาชีพทางวิชาการ อื่นๆและในบางครั้งก็สูงกว่า นอกจากเงินเดือนแล้ว ครูยังมีสิทธิ์รับเงินพิเศษต่างๆและโบนัส (จ่ายเป็น 3 งวด) ซึ่งมีจำนวนประมาณห้าเท่าของเงินเดือน ครูจะได้รับการดูแลสุขภาพ และสวัสดิการหลังเกษียณ ด้วยการเงินที่มั่นคง สถานะทางสังคมที่สูง จำนวนของผู้ที่อยากเป็นครูจึงล้นเกินจำนวนตำแหน่งที่รับได้ โดยมีผู้สมัครห้าถึงหกคนต่อทุกๆตำแหน่ง คณะกรรมการประจำจังหวัดเป็นผู้เลือกผู้สมัครที่มีคุณสมบัติดีที่สุดจากผู้ สมัครจำนวนมหาศาล

ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น

 ความสัมพันธ์กับไทย

ความสัมพันธ์ ไทยกับญี่ปุ่นมีการติดต่อสัมพันธ์กันมานานหลายร้อยปี แต่ได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการโดยการลงนามในปฏิญญาทาง ไมตรี และการพาณิชย์ เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2430 (ค.ศ. 1887)

กรอบความร่วมมือทวิภาคีที่สำคัญ

  1. การหารือหุ้นส่วนทางการเมืองไทย - ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Political Partnership Consultations – JTPPC)
  2. การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหารทวิภาคีระหว่างกระทรวง กลาโหมและกระทรวงการต่างประเทศของไทยกับญี่ปุ่น (Bilateral Political and Military Meeting)
  3. การประชุมคณะทำงานร่วมเฉพาะกิจไทย - ญี่ปุ่น ว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์
  4. การประชุมความร่วมมือทางวิชาการ หุ้นส่วนไทย - ญี่ปุ่น (Japan- Thailand Partnership Programme in Technical Cooperation - JTPP)
  5. การประชุมคณะกรรมการความร่วมมือทางการค้าและเศรษฐกิจไทย - ญี่ปุ่น (ภาคเอกชน)

การค้าไทย - ญี่ปุ่น

เมื่อปี พ.ศ. 2548 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่าทั้งสิ้น 41,132 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากมูลค่าการค้าสองฝ่ายเมื่อปีก่อน ร้อยละ 14.9 ซึ่งทางไทยได้ส่งออกไปยังญี่ปุ่นมูลค่า 15,096 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.8 และนำเข้าจากญี่ปุ่นมูลค่า 26,036 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 16.8

สินค้าที่นำเข้าจากญี่ปุ่นมากที่สุด เช่น แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบรถยนต์ เหล็กแผ่นรีดร้อน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ส่วนประกอบ เครื่องยนต์ เครื่องจักรที่ทำงานเป็นเอกเทศ ส่วนประกอบคอมพิวเตอร์ เหล็กแผ่นชุบ รถบรรทุก แบบหล่อสำหรับโลหะและวัสดุ และอื่น ๆ

สินค้าส่งออกจากไทยมี เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ยางธรรมชาติ แผงวงจรไฟฟ้า ส่วนประกอบเครื่องมือสื่อสารโทรคมนาคม ไก่สดแช่เย็น เนื้อสัตว์ปรุงแต่ง อาหารทะเลแปรรูป ไดโอด ทรานซิสเตอร์ เครื่องรับโทรศัพท์และส่วนประกอบ เนื้อปลาสดแช่เย็น แช่แข็ง และอื่น ๆ

การลงทุนปีเมื่อปี 2548 ญี่ปุ่นได้เลงทุนในไทยมากเป็นอันดับหนึ่ง โดยมีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 4,613.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 2,680.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2547 ซึ่งส่วนมากเป็นการลงทุนในสาขาผลิตภัณฑ์โลหะ รถยนต์ และเครื่องจักร คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 73.1 รองลงมาคือสาขาอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้อยละ 12.3 (ข้อมูลจากสำนักงาน BOI กรุงโตเกียว)

ความสัมพันธ์ทวิภาคีไทย-ญี่ปุ่น

ในภาพรวม

ที่ผ่านมาไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและราบรื่น ความร่วมมือระหว่างกันของทั้งสองประเทศครอบคลุมทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และวัฒนธรรม เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของประเทศ ไทยได้มุ่งกระชับความสัมพันธ์ และความร่วมมือกับญี่ปุ่นให้พัฒนาไปสู่ความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์และ เศรษกิจ (strategic and economic partnership)

การเยือนสำคัญในระดับพระราชวงศ์ คือ การเสด็จฯ เยือนไทยของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี เมื่อวันที่ 11 - 15 มิถุนายน พ.ศ. 2549 เพื่อทรงเข้าร่วมในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นการเยือนไทยเป็นครั้งที่ 2 ของสมเด็จพระจักรพรรดิและสมเด็จพระจักรพรรดินี ภายหลังเสด็จขึ้นครองราชสมบัติ และเป็นการเสด็จเยือนซ้ำประเทศที่เคยเสด็จเยือนแล้วเป็นครั้งแรก

ในขณะเดียวกัน ในปีเดียวกันนั้น พระบรมวงศานุวงศ์ของไทยก็ได้เสด็จเยือนญี่ปุ่นหลายครั้ง โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ได้เสด็จเยือนญี่ปุ่นเป็นการส่วนพระองค์ ระหว่างวันที่ 14 - 19 มกราคม พ.ศ. 2549

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยือนญี่ปุ่น เพื่อทรงเข้าร่วมการประชุมเรื่อง Globalization: Challenges and Opportunities for Science and Technology จัดโดยมหาวิทยาลัยสหประชาชาติและองค์การยูเนสโก ระหว่างวันที่ 21 - 25 สิงหาคม พ.ศ. 2549 และ

ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ได้เสด็จเยือนญี่ปุ่น เพื่อทรงเป็นองค์ Keynote Speaker and Lecturer ในการประชุมวิชาการ “1st International Conference on Cutting-Edge Organic Chemistry in Asia” ที่จังหวัดโอกินาวา ระหว่างวันที่ 14 - 22 ตุลาคม พ.ศ. 2549 และเสด็จเยือนญี่ปุ่น เพื่อทรงเข้าร่วมในการประชุม Members of President’s Council ของมหาวิทยาลัยโตเกียว ระหว่างวันที่ 12 - 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549

ความสัมพันธ์ระดับประชาชนของทั้งสองประเทศก็มีความใกล้ชิดแนบแน่น ปัจจุบัน มีชาวไทยที่พำนักอยู่ในญี่ปุ่น ประมาณ 50,000 คน ในขณะที่มีชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทยประมาณ 40,000 คน

ในปี พ.ศ. 2550 นี้ จะเป็นปีครบรอบ 120 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย – ญี่ปุ่น ทั้งสองฝ่ายได้ตกลงให้มีการเฉลิมฉลอง โดยได้มีการจัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วม ไทย - ญี่ปุ่น ว่าด้วยการฉลอง 120 ปี ความสัมพันธ์การทูตขึ้นเพื่อกำกับและเตรียมการกิจกรรมเฉลิมฉลองขึ้นทั้งที่ ประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีกิจกรรมตลอดทั้งปีและมีกิจกรมหลักร่วมกัน 3 กิจกรรม คือ พิธีเปิด (Curtain Raiser) ในประเทศไทยในวันที่ 16 มกราคม และในประเทศญี่ปุ่นในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ สำหรับในวันที่ 26 กันยายน ซึ่งเป็นวันที่ไทยและญี่ปุ่นได้ลงนามในปฏิญญาว่าด้วยทางพระราชไมตรีและการ พาณิชย์ เมื่อ พ.ศ. 2430 ฝ่ายไทยจะมอบศาลาไทยให้เป็นของขวัญแก่ฝ่ายญี่ปุ่น โดยจะจัดตั้งเป็นการถาวรที่สวนสาธารณะอุเอะโนะ ในกรุงโตเกียว นอกจากนี้ ฝ่ายไทยจะจัดงานเทศกาลไทย (Thai Festival) ครั้งที่ 8 ที่สวนสาธารณะโยะโยะงิ ในกรุงโตเกียว ตามด้วยกิจกรรมส่งเสริมความมั่นใจต่อเศรษฐกิจและการลงทุนในไทย โดยฝ่ายญี่ปุ่นก็จะจัดงาน Japan Festival ในกรุงเทพฯ ขึ้นในเดือนธันวาคม

ด้านนโยบายต่างประเทศ

ญี่ปุ่นต้องการเพิ่มบทบาทและส่วนร่วมในประชาคมระหว่างประเทศอย่างสร้าง สรรค์ อาทิ ความประสงค์ที่จะเป็นสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ การแก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลี และการผลักดันให้มีการเจรจาการค้ารอบใหม่ขององค์การการค้าโลก เป็นต้น โดยยังคงให้น้ำหนักความสำคัญกับการเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และพยายามส่งเสริมความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะ จีน รัสเซีย เกาหลีใต้ และอาเซียน

ไทยสนับสนุนบทบาทดังกล่าวของญี่ปุ่น โดยเห็นว่าจะเป็นการส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพและความมั่นคงทั้งในภูมิภาค และเวทีโลก เเต่กระนั้น ในช่วงที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้เริ่มดำเนินนโยบายการต่างประเทศในเชิงรุกมายิ่ง ขึ้น ส่งผลให้เกิดมีกรณีพิพาทกับประเทศเพื่อนบ้าน อาทิ จีน เเละสาธารณรัฐเกาหลีเพิ่มมากขึ้น เเละญี่ปุ่นยังมีข้อพิพาทซึ่งเกิดจากเขตเเดนเเละการเเย่งชิงเเหล่งพลังงาน เเละทรัพยากรธรรมชาติกับจีน สาธารณรัฐเกาหลีและรัสเซีย

ภายหลังเหตุการณ์ก่อวินาศกรรมในสหรัฐฯ เมื่อกันยายน พ.ศ. 2544 ญี่ปุ่นได้มีบทบาทที่ชัดเจนและสร้างสรรค์ในการสนับสนุนการปฏิบัติการต่อต้าน การก่อการร้ายของสหรัฐฯ ทั้งในการปรับขยายบทบาททางทหารของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่นให้สามารถให้ การสนับสนุนแนวหลังแก่กองกำลังสหรัฐฯ ในการโจมตีอัฟกานิสถาน การให้ความช่วยเหลือด้านมนุษธรรมแก่ผู้หนีภัยการสู้รบและประเทศที่อาจได้รับ ผลกระทบ การให้ความร่วมมือกับสหรัฐฯ ในการสกัดกั้นการหมุนเวียนทางการเงินของขบวนการก่อการร้าย และเป็นตัวกลางรณรงค์ให้ประเทศต่าง ๆ ในตะวันออกกลางร่วมมือในการต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2546 ญี่ปุ่นได้ผ่านร่างกฎหมายเพื่อต่ออายุกฎหมายที่ให้การสนับสนุนการต่อต้านการ ก่อการร้าย เพื่อให้ญี่ปุ่นสามารถจัดส่งทหารไปปฏิบัติการในอิรัก ญี่ปุ่นประกาศสนับสนุนการปฏิบัติการดังกล่าวโดยจะบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และได้ส่งทหารไปประจำในเมืองซามาวาห์ ทางตอนใต้ของอิรักในปลายปี พ.ศ. 2546 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการปฏิบัติการขนส่งยุทโธปกรณ์และเสบียงและการซ่อมบำรุง สาธารณูปโภคพื้นฐาน เเละเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2548 รัฐสภาญี่ปุ่นผ่านร่างกฎหมายเพื่อขยายเวลาประจำการของกองกำลังป้องกันตนเอง ญี่ปุ่นในอิรักออกไปอีก 1 ปี โดยญี่ปุ่นได้ถอนกำลังออกจากอิรักในวันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2549 โดยไม่ได้มีผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติการดังกล่าว

ในระหว่างการประชุมสุดยอดอาเซียน - ญี่ปุ่น สมัยพิเศษ ที่จัดขึ้นที่กรุงโตเกียว ระหว่าง 11 - 12 ธันวาคม 2546 ญี่ปุ่นได้ประกาศจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นมูลค่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยแบ่งครึ่งกันระหว่างอาเซียนกับการพัฒนาลุ่มแม่น้ำโขง ผู้นำอาเซียนและญี่ปุ่นได้ลงนามปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนที่มีพลวัตและยั่งยืนระหว่างอาเซียนและญี่ปุ่นในสหัสวรรษใหม่

ญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือเเก่ฝ่ายไทยต่อกรณีธรณีพิบัติเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547 โดยญี่ปุ่นได้ประกาศให้ความช่วยเหลือจำนวน 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเเก่ประเทศที่ประสบภัย สำหรับประเทศไทยนั้นญี่ปุ่นได้จัดส่งเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือเเละกู้ภัย ทีมชันสูตรศพ เเละเครื่องอุปโภคเเละเวชภัณฑ์เพื่อช่วยเหลือฝ่ายไทย โดยความช่วยเหลือดังกล่าวมาจากทั้งทางภาครัฐบาลเเละภาคเอกชน

ความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว

ในปี พ.ศ. 2548 มีนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นมาเยือนไทยจำนวน 1,196,654 คน คิดเป็นร้อยละ 10.35 ของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในไทย คิดเป็นลำดับที่ 2 รองจากมาเลเซีย เเละมีชาวไทยเดินทางเยือนญี่ปุ่นจำนวน 168,456 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.68 คิดเป็นร้อยละ 5.53 ของขาวไทยที่เดินทางเยือนต่างประเทศ คิดเป็นลำดับที่ 6

กรอบความร่วมมือทวิภาคีสำคัญ

  • การหารือหุ้นส่วนการเมืองไทย- ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Political Partnership Consultations– JTPPC)) ครั้งที่ 2 ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 13 ตุลาคม 2548 เป็นการหารือประจำปีระหว่างปลัด กต.ไทยกับรองปลัด กต.ด้านการเมืองของญี่ปุ่น ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการประสานช่วงวันหารือที่เหมาะสมสำหรับการหารือครั้งที่ 3
  • การประชุมประจำปีทวิภาคีด้านการเมืองและการทหาร (Politico- Military / Military- Military Consultations) ครั้งที่ 6 ที่กรุงโตเกียว เมื่อ 22- 23 มีนาคม 2549 โดยฝ่ายไทยมีนายสุรพล เพชรวรา รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กต. และ พล.ท. นรเศรษฐ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองผู้อำนวยการ สำนักนโยบายและแผนกลาโหม กห. เข้าร่วมประชุมกับผู้แทนระดับสูงจากกระทรวงการต่างประเทศและทบวงป้องกันตน เองของญี่ปุ่น และได้หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคและ การต่อต้านการก่อการร้ายระหว่างประเทศ ทั้งนี้ฝ่ายไทยกำลังเตรียมการเป็นเจ้าภาพการประชุมครั่งที่ 7 ในปี 2550
  • คณะทำงานร่วมเฉพาะกิจไทย- ญี่ปุ่น ว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์ ฝ่ายไทยเสนอแนวคิดดังกล่าวในพฤษภาคม 2548 เพื่อเป็นกลไกหลักในการแก้ไขปัญหาคนไทยในญี่ปุ่น โดยได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดทำ Concept Paper เสนอฝ่ายญี่ปุ่นเมื่อกรกฎาคม 2548 และได้จัดประชุมคณะทำงานฯ ครั้งที่ 1 เมื่อ 15 พฤษภาคม 2549 โดยสามารถตกลงกันใน Concept Paper และแนวทางการดำเนินความร่วมมือในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า
  • การประชุมความร่วมมือทางวิชาการ หุ้นส่วนไทย-ญี่ปุ่น (Japan- Thailand Partnership Programme in Technical Cooperation - JTPP) หลังจากที่ไทยปรับบทบาทจากประเทศผู้รับเป็นผู้ให้รายใหม่ ความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จึงเปลี่ยนไปจากการให้ความช่วยเหลือเป็นความร่วมมือในระดับหุ้นส่วน โดยฝ่ายไทยเสนอให้ทั้งสองฝ่ายพิจารณารูปแบบการดำเนินการรูปแบบใหม่ร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของประเทศผู้รับ
  • การจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (Japan-Thailand Economic Partnership Agreement - JTEPA)

ภายหลังการศึกษาร่วมกันระหว่างฝ่ายไทยและญี่ปุ่นซึ่งมีผู้แทนภาครัฐ ภาคเอกชน และนักวิชาการเข้าร่วม ในช่วงปี 2545 - 2546 การเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น จึงได้เริ่มอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2547 และหลังจากการเจรจาหลายครั้ง ไทยกับญี่ปุ่นสามารถบรรลุความตกลงในหลักการขององค์ประกอบที่สำคัญของ JTEPA ซึ่งนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้ร่วมกันประกาศการบรรลุความตกลงในหลัก การดังกล่าวที่กรุงโตเกียวเมื่อ 1 กันยายน 2548 ความตกลง JTEP มีสาระครอบคลุม 21 บท ทั้งในด้านการเปิดเสรีการค้าสินค้า การค้าบริการ การลงทุน การเคลื่อนที่ของบุคคล และด้านความร่วมมือในสาขาต่างๆ อาทิ การศึกษาและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การท่องเที่ยว การส่งเสริมการค้าและการลงทุน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และการเกษตร

ประเด็นสำคัญที่ไทยผลักดันในการเจรจา ได้แก่ การเปิดเสรีสินค้าเกษตร การค้าบริการและการเคลื่อนที่ของบุคคล และการจัดตั้งกลไกถาวรเพื่อพิจารณาการจัดส่งแรงงานทักษะในสาขาที่ญี่ปุ่น ต้องการและไทยมีศักยภาพ ขณะเดียวกัน ไทยได้เปิดเสรีเหล็ก ยานยนต์ และชิ้นส่วนยานยนต์ และการค้าบริการสาขาต่างๆ อาทิ สาขาที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิต ในระดับและระยะเวลาทยอยเปิดเสรีที่เอกชนไทยน่าจะรับได้ เพื่อประโยชน์ในการปรับตัวของโครงสร้างอุตสาหกรรมของไทย

นอกจากการลงนามในร่างความตกลงฯ แล้ว ไทยกับญี่ปุ่นได้ตกลงให้มีการลงนามในเอกสารเกี่ยวกับโครงการความร่วมมือ 7 เรื่อง ได้แก่ ความร่วมมือเพื่อสนับสนุนครัวไทยสู่โลก ความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมเหล็ก อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม การอนุรักษ์พลังงาน เศรษฐกิจสร้างมูลค่า และหุ้นส่วนภาครัฐและภาคเอกชน รวมทั้งเอกสารเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเกษตร

สำนักงานเจรจาเขตการค้าเสรีไทย-ญี่ปุ่น กล่าวว่าการจัดทำหุ้นส่วนเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่นน่าจะมีผลบวกทางด้านเศรษฐกิจ ต่อประเทศไทยอย่างมาก โดยในมิติยุทธศาสตร์จะทำให้ไทยเป็นหุ้นส่วนที่มีความเท่าเทียมใกล้ชิดยิ่ง ขึ้นกับญี่ปุ่น ขณะที่ในมิติเศรษฐกิจ จะส่งผลในการขยายตลาดและยกระดับมาตรฐานสินค้าเกษตรของไทยในญี่ปุ่น ทำให้สินค้าเกษตรของไทยเข้าสู่ตลาดญี่ปุ่นได้มากขึ้น ตอกย้ำการเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในไทย สนับสนุนการปรับโครงสร้างเพื่อความสามารถในการแข่งขันในอนาคต และขยายโอกาสทางด้านตลาดแรงงานฝีมือของไทยในญี่ปุ่น และในมิติการพัฒนา จะช่วยยกระดับเทคโนโลยีและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์

กลุ่มศึกษาเขตการค้าเสรีภาคประชาชนได้ กล่าวถึงผลกระทบรุนแรงด้านสิ่งแวดล้อมต่อประเทศไทยจากเรื่องขยะ ของเสียอันตรายที่เป็นผลเกี่ยวเนื่องมาจากความตกลงนี้ เช่น การใช้มาตรการปกป้องสองฝ่ายที่กำหนดไว้ใน JTEPA นั้น สามารถใช้ได้เพียงกรณีที่เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน ไม่ได้รวมถึงความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้น หากมีปัญหามลพิษเกิดขึ้นจากการนำเข้าขยะของเสียอันตราย ก็ไม่อยู่ในเงื่อนไขที่จะใช้มาตรการปกป้องได้ [1]

วัฒนธรรม

วัฒนธรรมญี่ปุ่นมีวิวัฒนาการมายาวนานตั้งแต่วัฒนธรรมโจมงซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของประเทศ จนถึงวัฒนธรรมผสมผสานร่วมสมัยซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากเอเชีย ยุโรป และอเมริกาเหนือ ศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่นมีทั้งงานฝีมือ เช่น อิเกะบะนะ (การจัดดอกไม้) โอะริงะมิ (การพับกระดาษ) อุกิโยะ-เอะ (ภาพพิมพ์) ตุ๊กตา เครื่องเคลือบ เครื่องปั้นดินเผา การแสดง เช่น คะบุกิ การเต้นรำ โนะ ระกุโงะ และประเพณีต่างๆ เช่น การละเล่น พิธีชา บุโด (ศิลปการต่อสู้) สถาปัตยกรรม การจัดสวน ดาบ และการทำอาหาร การผสมผสานระหว่างภาพพิมพ์กับศิลปะตะวันตก นำไปสู่การสร้างสรรค์มังงะหรือหนังสือการ์ตูนของญี่ปุ่นที่เป็นนิยมทั้งในและนอกญี่ปุ่น แอนิเมชันที่ได้รับอิทธิพลมาจากมังงะเรียกว่า อะนิเมะ วงการเกมคอนโซลของญี่ปุ่นเจริญรุ่งเรืองอย่างมากตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523

ดนตรีญี่ปุ่นเป็นดนตรีที่เลือกสรรและหยิบยืมเครื่องดนตรี สเกล และสไตล์มาจากวัฒนธรรมข้างเคียงมาผสมผสาน เครื่องดนตรีหลายชิ้นเช่น โคะโตะ เริ่มเป็นที่รู้จักในศตวรรษที่ 9 และ 10 การพูดสลับร้องเพลงของละครโนะเริ่มที่ศตวรรษที่ 14 และเพลงโฟล์คซึ่งเล่นด้วย ชะมิเซ็ง เครื่องดนตรีที่คล้ายกีตาร์ มีจุดเริ่มต้นที่ศตวรรษที่ 16 ดนตรีตะวันตกเริ่ม เข้ามาในปลายศตวรรษที่ 19 และถูกผนวกเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม หลังสงคราม ญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลทางด้านดนตรีสมัยใหม่จากอเมริกาและยุโรปเป็นอย่างมาก ก่อให้เกิดการพัฒนาแนวดนตรีที่เรียกว่า เจ-ป็อป

วรรณกรรมญี่ปุ่นชิ้นแรกได้แก่หนังสือประวัติศาสตร์ที่ชื่อ โคะจิกิ และ นิฮง โชะกิ และหนังสือบทกวีสมัยศตวรรษที่ 8 ที่ชื่อ มังโยชู เขียนด้วยภาษาจีนทั้งหมด ในช่วงต้นของยุคเฮอัง มีการสร้างระบบการเขียนแทนเสียงที่เรียกว่า คะนะ (ฮิระงะนะ และ คะตะคะนะ) นิทานคนตัดไม้ไผ่ ถูกพิจารณาว่าเป็นงานที่เก่าแก่ที่สุดที่เขียนด้วยภาษาญี่ปุ่น นิทานเก็นจิ ที่เขียนโดยมุระซะกิมักถูกเรียกว่าเป็นวรรณกรรมชิ้นแรกของโลก ระหว่างยุคเอโดะ วรรณกรรมไม่อยู่ในความสนใจของซามูไรเท่ากับ โชนิน ชนชั้นประชาชนทั่วไป ตัวอย่างเช่น โยะมิฮง กลายเป็นที่นิยมและเผยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ลึกซึ้งระหว่างนักอ่านกับนักเขียน ในสมัยเมจิ วรรณกรรมดั้งเดิมได้เสื่อมสลายลง ขณะที่วรรณกรรมญี่ปุ่นได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมากขึ้น นะสึเมะ โซะเซะกิ และ โมริ โอะงะอิ เป็นนักแต่งนิยายสมัยใหม่คนแรกของญี่ปุ่น ตามมาด้วย อะกุตะงะวะ ริวโนะซุเกะ, ทะนิซะกิ จุนอิชิโระ, คะวะบะตะ ยะซุนะริ, มิชิมะ ยุกิโอะ และล่าสุด มุระกะมิ ฮะรุกิ ญี่ปุ่นมีนักเขียนที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมอยู่ 2 คน ได้แก่ คะวะบะตะ ยะซุนะริ และ โอะเอะ เค็นซะบุโระ

ศาสนา

ในประเทศญี่ปุ่นมีศาสนาหลากหลาย และมีความสำคัญต่างๆ ไม่แปลกอะไรที่ชาวญี่ปุ่นจะนำลูกสาวอายุ 3 ขวบ ลูกชายอายุ 5 ขวบ และลูกสาวอายุ 7 ขวบ ไปที่วัดชินโตเพื่อไปทำพิธี ชิจิ-โกะ-ซัน เพื่อให้สุขภาพแข็งแรง แต่งงานในโบสถ์คริสต์เล่นคริสต์มาสอย่างสนุกสนาน จัดงานศพแบบพุทธ และบูชาบรรพบุรุษแบบขงจื๊อ โดยไม่มีความขัดแย้งอย่างไร

ศาสนาที่สำคัญ

และมีลัทธิที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่นเอง เช่น

 อ้างอิง

  1. ^ ประชาไท, บทความ FTA Watch : ข้อบกพร่องเสียหายในร่างความตกลง JTEPA

ดูเพิ่ม

 แหล่งข้อมูลอื่น

คุณสามารถหาข้อมูลภาษาอังกฤษเกี่ยวกับ ประเทศญี่ปุ่น ได้โดยค้นหาจากโครงการพี่น้องของวิกิพีเดีย:
หาความหมาย จากวิกิพจนานุกรม
หนังสือ จากวิกิตำรา
คำคม จากวิกิคำคม
ข้อมูลต้นฉบับ จากวิกิซอร์ซ
ภาพและสื่อ จากคอมมอนส์
เนื้อหาข่าว จากวิกิข่าว


รวมข้อมูลที่หน้าสนใจ

รายชื่อบริษัท ทัวร์ต่างประเทศ, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว, Travel VDO clip

ดูข้อมูลรายชื่อบริษัท ทัวร์ต่างประเทศ / ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว คลิ๊กเพื่อดูข้อมูลด้านใน +
ทัวร์ต่างประเทศ กับ เบสท์ เวสเทิร์น
บริษัททัวร์ ตัวแทนท่องเที่ยวที่ให้บริการการสำรองที่พัก โรงแรมทั่วทุกมุมโลก มีสาขาอยู่เกือบทั่วโลก
www.bestwestern.com
ทัวร์ต่างประเทศ กับ ดรากอลแอร์ฮอลิเดย์
บริษัททัวร์ บริการนำเที่ยวทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ รับจองแพ็กเกจท่องเที่ยว
www.kaholidays.com
ทัวร์ต่างประเทศ บริษัท เอสทีเอแทรเวล จำกัด
บริษัททัวร์ บริการด้านการเดินทางท่องเที่ยวและศึกษาต่อ ราคาตั๋วเครื่องบิน โปรแกรมการท่องเที่ยวและที่พัก
www.statravel.co.th
ทัวร์ต่างประเทศ กับ เอเซียทัวร์
บริษัททัวร์ บริการท่องเที่ยว ตัวแทนจองโรงแรม รีสอร์ท การเดินทาง ทัวร์ต่าง ๆ ห้องพัก ของภาคพื้นเอเซีย
www.asiatours.net
ทัวร์ต่างประเทศ กับ โอเรียนท์ เอ็กเพรส โฮเทล เทรน แอนด์ ครุยซ์
บริการรับจองห้องพักจองทัวร์ทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกเช่นจองโปรแกรมท่องเที่ยวทางรถไฟ
www.orient-express.com
ไทยแลนด์ฮอตดีลดอทคอม
บริการด้านการท่องเที่ยว ข้อมูลการท่องเที่ยวไทย ข่าวสารการท่องเที่ยว จองโรงแรม ที่พัก รีสอร์ท
www.thailandhotdeal.com
ทัวร์ต่างประเทศ กับ ทราเวล ฟิช
ตัวแทนนำเที่ยวและจองห้องพัก ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น ประเทศเวียดนาม กัมพูชา
www.travelfish.org
ทัวร์ต่างประเทศ กับ บริษัท หนุ่มสาวทัวร์ จำกัด
บริษัททัวร์ ตัวแทนท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ บริการจองที่พัก โรงแรม รีสอร์ท
www.noomsaotours.com
บริษัท เอ็น.เอส. ทราเวล แอนด์ ทัวร์ จำกัด
บริษัททัวร์ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการนำเที่ยวในประเทศไทย พร้อมทั้งแนะนำข้อมูลของประเทศไทย
www.nstravel.com
ทัวร์ต่างประเทศ กับ บริษัท แพชชั่นเน็ต จำกัด
บริษัททัวร์ตัวแทนท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย ข้อมูลการท่องเที่ยว โรงแรม ที่พัก ภูมิอากาศ
www.passionasia.com
บริษัท ไทยลองสเต แมนเนจเม้นท์ จำกัด
บริษัททัวร์บริการจองและวางแผนการท่องเที่ยวในประเทศไทย จัดหาที่พัก และเพจเกจการท่องเที่ยว
www.thailongstay.co.th
รอยัลออชิลด์ฮอลิเดย์
บริษัททัวร์ของไทยในต่างประเทศ บริการเที่ยวแบบเป็นหมู่คณะ จัดโปรแกรมการเดินทาง
www.royalorchidholidays,se

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า)
ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในประเทศไทย ร้านค้าร้านจำหน่ายของที่ระลึก ข้อมูลที่พัก บริษัททัวร์ในไทย
www.atta.or.th
สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร (สธม.)
ความเป็นมาและบทบาทหน้าที่ของสำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์กรุงเทพมหานคร ข้อมูลพระราชบ...
www.tat.or.th/tbgr
อี-บิซ ทราเวล : บริการจองห้องพักทางอินเทอร์เน็ต
บริษัททัวร์ บริการจองห้องพัก โรงแรมออนไลน์ทางอินเทร์เน็ต พร้อมให้บริการจองทัวร์ แพ็คเก็จทัวร์ และตั๋วเครื่องบิน
www.e-biz-travel.com
อีเกาะช้าง
บริการจองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท ในประเทศไทย ทั้งในกรุงเทพฯ เกาะช้าง เกาะลันตา ตั๋วเครื่องบิน รับบริษัททัวร์
www.ekorchang.com

เปิดโลกการท่องเที่ยว
การท่องเที่ยว โปรแกรมทัวร์ในประเทศไทย ท่องเที่ยวผจญภัย มี package ทัวร์การท่องเที่ยวจากบริษัททัวร์ให้เลือก
www.openworldthailand.com
เอเชี่ยน แทรล์
บริษัททัวร์ บริการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวประเทศในกลุ่มอาเซียนในรูปแบบต่างๆ อาทิ การท่องเที่ยวแบบผจญภัย การล่องเร...
www.asiantrails.net
แพดเดิ้ล เอเชีย
บริษัททัวร์ให้บริการนำเที่ยวและแพ็กเก็จทัวร์พายเรือแคนูในประเทศไทย ลาว เวียดนาม กัมพูชา รวมทั้ง ภูเก็ต พังงา...
www.paddleasia.com
แอคคอมไลน์
ตัวแทนบริษัททัวร์รับจองโรงแรม รีสอร์ทในประเทศไทย และทั่วโลก สามารถจองผ่านระบบอินเทอร์เน็ต
www.accomline.com

แฮปปี้เนส กรุ๊ป
เว็บไซต์ของบริษัททัวร์ 4 แห่ง ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ บริษัททัวร์ รุ้งทองทัวร์แอนด์เซอร์วิส จำกัด...
www.happinesssmile.com

โฮเทลไทยแลนด์
บริการรับจองโรงแรม รีสอร์ท ทัวร์ เช่ารถ จองตั๋วเครื่องบินทั้งในประเทศและต่างประเทศ และข้อมูลบริษัททัวร์
www.hotelsthailand.com

แฮปปี้เนส กรุ๊ป
เว็บไซต์ของบริษัททัวร์ 4 แห่ง ที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือ บริษัททัวร์ รุ้งทองทัวร์แอนด์เซอร์วิส จำกัด...
www.happinesssmile.com
บริษัท หัวหิน สแกนด์ทัวร์ จำกัด
บริษัททัวร์บริการรับจองโรงแรม และรีสอร์ททั่วทุกจังหวัดในประเทศไทย แพคเกจทัวร์ รถเช่า คอนโดให้เช่า ตั๋วเครื่อ...
www.skanditours.net
ทัวร์ต่างประเทศ กับกังวาลฮอลิเดย์
บริษัททัวร์ จำหน่ายตั๋วเครื่องบินของสายการบินทุกสายการบินทั่วโลก ทั้งในและต่างประเทศ จองที่พักของโรงแรมต่างๆ ...
www.kangwal.com
กินนาราทัวร์
บริษัททัวร์ ดำเนินธุรกิจนำเที่ยวในประเทศไทย จัดแพคเกจทัวร์ท่องเที่ยว พร้อมบริการรถเช่า จองห้องพักโรงแรม รีสอร์ท
www.kinnaratours.com
จัมโบ้ริเวอร์แคว
บริษัททัวร์ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวในจังหวัดกาญจนบุรี บริการนำเที่ยว จัดโปรแกรมท่องเที่ยว ทัวร์ธรรมชาติ ผจญภัย...
www.jumboriverkwai.com
จินนี่ ทราเวล
บริษัททัวร์ ดำเนินธุรกิจนำเที่ยว จัดแพคเกจท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศ แพคเกจตีกอล์ฟ สปาร์ และฮันนี่มูนแพคเกจ
www.jinnietravel.com

ทราเวล โซลูชั่น
บริษัททัวร์ ตัวแทนนำเที่ยว จัดนำเที่ยวในประเทศไทย พร้อมบริการจองห้องพัก จองตั๋วเครื่องบิน และเสนอข้อมูลท่องเท...
www.travelsolutions.co.th
ทัวร์ต่างประเทศ กับทริปเปิ้ลทรี ทัวร์
บริษัททัวร์บริการนำเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ เช่น ไทย เวียดนาม เอเซีย ยุโรป และแถบอินโดไชน่า แบบส่วนตัว หม...
www.333tourthai.com
วายดับบลิวทีเอ2005
บริษัททัวร์บริการนำเที่ยวในประเทศ ต่างประเทศ และจองตั๋วเครื่องบิน
www.ywta2005.com
วาไรตี้ทริป
บริษัททัวร์บริการนำเที่ยว เรือสำราญ จัดทัวร์ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ
www.varietytrip.com

ส.แสงอรุณทัวร์
บริษัททัวร์ครบวงจร บริการบังกะโลแสงอรุณ ครัวแสงอรุณ และนำเที่ยวตามเกาะต่าง ๆ รอบเกาะช้าง
www.sangaruntour.com
สตาร์ เกท ทราเวล เน็ตเวิร์ค
บริษัททัวร์บริการจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน แพ็กเกจทัวร์ จองโรงแรม/รีสอร์ท รถเช่า ทั้งในและต่างประเทศ
www.stargatetravel.co.th
สนุกสนานดอทคอม
บริษัททัวร์ ตัวแทนจำหน่ายตั๋วเครื่องบิน จองโรงแรม แพ็คเกจทัวร์ ทัวร์พร้อมคณะ
www.sanooksanan.com

สมาย์ลิงค์ทราเวล
บริษัททัวร์บริการนำเที่ยว แพ็คเกจทัวร์ ในประเทศไทย พร้อมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับศาสนาพุทธ
www.smilelinktravel.com
สยาม เอ็นดูโร
จัดโปรแกรมทัวร์โดยใช้มอเตอร์ไซค์เป็นยานพาหนะนำเที่ยวโดยนำเที่ยวทั้งในภาคเหนือประเทศไทยและประเทศลาว
www.siamenduro.com
สยามทริป
บริษัททัวร์บริการรับจองโรงแรมและรีสอร์ททั่วประเทศ จัดกรุ๊ปเหมาสัมมนา ท่องเที่ยว รวบรวมแพคเกจทัวร์ท่องเที่ยวใ...
www.siamtrips.com
สยามวาเคชั่นดอทคอม
ให้บริการข้อมูล และเป็นตัวแทนในการรับจองห้องพักออนไลน์ ตั๋วเครื่องบิน และแพคเกจท่องเที่ยวทั่วประเทศ
www.siamvacation.com
สยามฮอลิเดย์ดอทคอม
ให้บริการข้อมูล และเป็นตัวแทนในการรับจองห้องพักออนไลน์ ตั๋วเครื่องบิน และแพคเกจท่องเที่ยวทั่วประเทศ
www.siamholidays.com
สวัสดี-พัทยา
บริษัททัวร์บริการนำเที่ยวเป็นหมู่คณะทั้งในและต่างประเทศ แพ็คเกจทัวร์ จองโรงแรม รถเช่า เละเรือเช่า
www.hello-pattaya.com
ทัวร์ต่างประเทศ กับสไมลลิ่ง ทัวร์
บริษัททัวร์ตัวแทนท่องเที่ยว ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ รับจัดโปรแกรมการท่องเที่ยว จัดหาที่พัก โรงแรม..
www.smilingtours.net
สไมล์ ทัวร์ไทย
บริษัททัวร์ดำเนินธุรกิจนำเที่ยว เน้นการท่องเที่ยวภายในประเทศไทยเป็นหลัก จัดทัวร์เป็นหมู่คณะ จัดสัมมนานอกสถาน...
www.smiletourthai.com

ทัวร์ต่างประเทศ กับสไมล์ ออฟ เอเซีย
บริษัททัวร์ตัวแทนนำเที่ยวในประเทศไทยและต่างประเทศ ในภูมิภาคเอเชีย
www.smile-of-asia.com

หัวหิน แอ็ดเวนเจอร์
บริษัททัวร์ ให้ข้อมูลการท่องเที่ยวในหัวหิน ท่องเที่ยวแบบผจญภัย น้ำตกและแนะนำที่พัก โรงแรม รีสอร์ท และแพคเกจบริษัททัวร์
www.huahinadventure.com
ทัวร์ต่างประเทศ กับทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์
ทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ บริการจัดทัวร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะทัวร์หมู่คณะ ดูงาน
www.tour-excenter..com
ห้างหุ้นส่วนจำกัด น้ำโขง ทราแวล
บริษัททัวร์ น้ำโขงทราแวล รับทำวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยว มีกิจการเกสท์เฮ้าส์สำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาพัก...
www.namkhongtravel.co.th
ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว และ หนังสือรับรองการจดทะเบียนบริษัท
บริษัท ทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ ดอทคอม จำกัด เว็บไซต์นำเที่ยว ทัวร์ต่างประเทศ ของบริษัททัวร์ชั้นนำของไทย เรานำเสนอข้อมูลการเดินทางและโปรแกรม ทัวร์ต่างประเทศ ในกลุ่มพันธมิตรของบริษัท ซึ่งเป็นบริษัท ทัวร์ต่างประเทศ ชั้นนำ และเป็นบริษัท ทัวร์ต่างประเทศ ที่เชี่ยวชาญและชำนาญเส้นทาง ทัวร์ต่างประเทศ ในแต่ล่ะเส้นทางของแต่ล่ะประเทศ ในราคามิตรภาพซึ่งท่านสามารถวางใจใช้บริการ ทัวร์ต่างประเทศ จากบริษัท ทัวร์ต่างประเทศ เหล่านี้ได้ด้วยความสบายใจให้ท่านได้มีรอยยิ้มและความประทับใจเก็บไว้ตลอดไป ด้วยความปราถนาดี จาก ทีมงาน"TEC" Tour Express Center Dotcom Co.,Ltd. ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว เลขที่ 11/06195

Powered by AIWEB