|
|
ในการวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวในแต่ล่ะครั้ง เชื่อว่าหลายๆคนคงจะเคยประสบกับปัญหา ในอันดับต้นๆเลยก็คือ ปัญหาเรื่องการติดต่อทัวร์ ซึ่งบางคนก็ยังไม่แน่ใจว่าจะจัดทริปไปกันเองดี หรือว่าไปกับทัวร์ดี แล้วเรื่องเอกสารการเดินทางต้องมีอะไรบ้าง ปัญหาต่อไปก็คือปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะว่าหลายๆ คนนั้นก็เพิ่งจะเคยเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศป็นครั้งแรก ซึ่งค่าครองชีพในต่างประเทศที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวนั้นส่วนใหญ่แล้วนั้นสูงกว่าเมืองไทยหลายเท่านัก แต่ก็อาจจะยังจินตนาการไม่ออกว่าค่าอาหารการกินจะแพงซักแค่ไหนกัน ค่าที่พักจะแพงมั้ย แล้วค่าอื่นๆ จิปาถะอีกล่ะ แล้วจะต้องพกเงินไปเท่าไหร่กันดี ควรจะแลกเงินเป็นเงินสกุลไหน แล้วไหนจะค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าที่พัก พอมาถึงเรื่องที่พักก็มีปัญหาอีกว่าควรจะจองไว้ล่วงหน้ามั้ย จะพักแบบไหนดี โรงแรมเลิศหรูอลังการ หรือว่าจะลองไปพักตามบ้านพักแบบโฮมสเตย์ โอ้โห จะเดินทางไปต่างประเทศทั้งที ทำไมมันช่างยุ่งยากอย่างนี้เนี่ย เราจะลองมาแก้ปัญหารวมถึงการบอกวิธีการเตรียมตัวไปเที่ยวอย่างละเอียด ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง มีขั้นตอนยังไง 1. เริ่มต้นวางแผนการเดินทาง ไปกับใครดี การไปเที่ยวเป็นกลุ่มนั้น สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึงก็คงจะเป็นวัตถุประสงค์ของการไปเที่ยว คนที่ไปด้วยกันกลุ่มควรจะมีวัตถุประสงค์ในการท่องเที่ยว หรือชอบที่จะทำกิจกรรมคล้ายๆ กัน เช่น ชอบเที่ยวธรรมชาติเหมือนกัน ชอบลุย ขึ้นเขาลงห้วยเหมือนกัน หรือรักการถ่ายรูปเหมือนกัน ถ้าไม่เช่นนั้นก็อาจจะเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลังได้ ไปกับทัวร์หรือจัดทริปกันเองดี เมื่อหาคนที่เราจะไปเที่ยวด้วยได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ มาคิดดูว่าจะไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ หรือไปเที่ยวกันเองแบบ Backpaker ดี ซึ่งทั้ง 2 รูปแบบก็จะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป ในประเทศไทยนั้นมีบริษัททัวร์มากมายที่จัดทริปไปเที่ยวต่างประเทศชนิดที่เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว การไปเที่ยวกับทัวร์มีข้อดี ก็คือ เราไม่ต้องจัดการอะไรเยอะแยะมากมาย ทุกอย่างบริษัททัวร์จะดำเนินการให้หมด ไม่ว่าจะเป็นการทำวีซ่า จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก และเมื่อไปถึงต่างประเทศแล้ว เราก็ไม่ต้องเช็คตารางรถไปให้วุ่นวาย ไม่ต้องยกข้าวของสัมภาระเดินทางติดตัวไปด้วยตลอด ส่วนมากทางบริษัทก็จะมีรถบัสและไกด์ท้องถิ่นคอยพาเราไปเที่ยวตามที่ต่างๆ มีอาหารให้ทางทุกมื้อระหว่างเดินทาง การไปกับทัวร์นั้นค่อนข้างจะเหมาะสำหรับการพาผู้สูงอายุไปเที่ยว จะเป็นการช่วยผ่อนแรง ทำให้ไม่เหนื่อยมากนัก แล้วก็ยังได้เที่ยวตามไฮไลท์สำคัญได้ทั่วทุกจุด ข้อดีที่สำคัฯอีกประการหนึ่งของการไปเที่ยวกับทัวร์คือ บางบริษัทก็จะมีไกด์ท้องถิ่นคอยให้คำแนะนำ พาเที่ยว และนวมถึงการอธิบายข้อมูลสำคัญของสถานที่เที่ยวแต่ละแห่งเป็นภาษาไทย ซึ่งเป็นประโยชน์สำหรับนักท่องเที่ยวที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่การไปกับทัวร์นั้นก็มีข้อเสียเยอะเหมือนกัน โดยเฉพาะการไปเที่ยวกับทัวร์นั้นจะทำให้เราพลาดการสัมผัสบรรยากาศของของประเทศนั้นๆไปบ้าง การท่องเที่ยวส่วนใหญ่ในแต่ละสถานที่ก็จะมีเวลาจำกัด การเที่ยวส่วนใหญ่ก็จะเป็นไปในรูปแบบของการลงรถแวะเที่ยวถ่ายรูปแล้วก็ขึ้นไปนั่งบนรถต่อ ที่เค้าเรียกกันว่าชะโงกทัวร์ โดยจะมีเวลาเที่ยวในแต่ละเมืองเพียงแค่ประมาณ 1 วันแล้วจากนั้นก็จะเดินทางต่อไปยังเมืองอื่นๆ ที่อยู่ในโปรแกรม การเที่ยวกันเองหรือ Backpacker ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยนั้น เหมาะสำหรับการไปเที่ยวในกลุ่มเพื่อนหรือไปกับครอบครัวที่ไม่มีผู้สูงอายุเดินทางด้วย เพราะว่าการเที่ยวแบบนี้ค่อนข้างจะเหนื่อยกว่าแบบไปกับทัวร์ เราจะต้องดำเนินการทุกอย่างเองตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเดินทาง การขอวีซ่า การจองโรงแรมที่พัก การซื้อตั๋วเครื่องบิน รวมทั้งการจัดการระบบการเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นการเช่ารถขับในกรณีที่มีผู่ร่วมเดินทางหลายคน หรือการนั่งรถไฟเที่ยวซึ่งก็จะคุ้มกว่าสำหรับการเดินทางเพียงแค่ 2 คน แต่การเที่ยวกันเองแบบที่เรียกว่า Backpacker ก็มีข้อดีตรงที่นักเดินทางทั้งหลายสามารถวางแผนการเดินทางท่องเที่ยวกันเองแล้วแต่สถานที่ที่ต้องการจะไปได้ สามารถระบุจำนวนวันที่ต้องการเที่ยวในแต่ละเมืองได้ตามสบายไม่ต้องรีบร้อนเหมือนอย่างการไปเที่ยวกับทัวร์ หรือสำหรับบางคนที่รักธรรมชาติและต้องการจะเที่ยวแบบเจาะลึกในธรรมชาติของแต่ละเขตก็อาจจะใช้เวลาส่วนใหญ่ของทริปอยู่เฉพาะบริเวณที่สนใจเป็นพิเศษก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าการเที่ยวแบบนี้จะไม่สามารถพบได้ตามโปรแกรมทัวร์ของบริษัททัวร์ทั่วๆ ไปแน่ๆ การวางแผนการเที่ยวแบบ Backpacker นั้นค่อนข้างจะเป็นการยากสำหรับผู้เริ่มต้นที่ยังไม่เคยไปเที่ยวต่างประเทศ ดังนั้นในตอนต่อไปของบทนี้จะบอกถึงขั้นตอนต่างๆ ในการวางแผนการท่องเที่ยวแบบเที่ยวกันเองอย่างละเอียด ส่วนในตอนแรกนั้นจะบอกถึงข้อมูลต่างๆ ที่ใช้ในการพิจารณาเลือกบริษัททัวร์สำหรับผู้ที่ตัดสินใจว่าจะไปเที่ยวโดยใช้บริการของบริษัทนำเที่ยว การพิจารณาเลือกบริษัทนำเที่ยว สำหรับผู้ที่ตัดสินใจว่าจะเดินทางท่องเที่ยวโดยใช้บริการของบริษัททัวร์ ก็ต้องศึกษาข้อมูลและโปรแกรมการท่องเที่ยวของบริษัททัวร์อย่างละเอียดว่าตรงตามวัตถุประสงค์ของการท่องเที่ยวของผู้เดินทางหรือไม่ ที่นี้ลองมาดูว่าถ้าจะเลือกไปเที่ยวกับบริษัททัวร์ซักบริษัท เราควรจะพิจารณาดูอะไรบ้าง 1. ราคาของแพคเกจทัวร์ ราคาแพคเกจทัวร์ก็ขึ้นอยู่กับความมีชื่อเสียงของบริษัท จำนวนวันเดินทาง สายการบิน การให้บริการโรงแรมที่พัก อาหารการกิน และไกด์ท้องถิ่น 2. โปรแกรมการเดินทาง บริษัททัวร์ที่ดีควรมีการแจกแจงรายละเอียดการเดินทางให้ชัดเจนว่า จะออกเดินทางวันไหน เวลาเท่าไหร่ และในแต่ละวันจะมีโปรแกรมพาไปเที่ยวที่ไหนบ้าง มีกำหนดเวลาที่แน่นอนรึเปล่า 3. โรงแรมที่พัก ควรพิจารณาดูว่าโรมแรมที่พักที่ระบุไว้เป็นอย่างไร อยู่ในระดับกี่ดาว เป็นลักษณะโรมแรมที่มีห้องน้ำในตัว ห้องน้ำแยก หรือว่าเป็นที่พักแบบไหน ส่วนมากที่พักที่บริษัททัวร์จัดให้จะเป็นโรมแรมสามถึงห้าดาว และรวมอาหารเช้าไว้ในราคาแพคเกจทัวร์แล้ว 4. การให้บริการการขอวีซ่า โดยทั่วๆ ไปแล้วบริษัททัวร์จะมีบริการการขอวีซ่าให้กับผู้เดินทางซึ่งราคาค่าธรรมเนียมการทำวีซ่าจะรวมอยู่ในราคาทัวร์เรียบร้อยแล้ว ผู้เดินทางเพียงแค่กรอกแบบฟอร์มการขอวีซ่าที่ทางบริษัททัวร์นำมาให้ พร้อมทั้งยื่นหนังสือเดินทางและเอกสารให้กับทางเจ้าหน้าที่บริษัทเท่านั้น จากนั้นทางบริษัททัวร์ก็จะดำเนินการขั้นต่อไปในการขอวีซ่ากับทางสถานทูต ในกรณีที่ขอวีซ่ามีปัญหาทางบริษัททัวร์ก็จะติดต่อกลับมาอีกครั้งพร้อมทั้งแจ้งปัญหาให้ทราบ 5. การให้การบริการด้านอื่นๆ การเดินทางระหว่างท่องเที่ยวจะเดินทางอย่างไร ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อไปถึงสนามบินก็จะมีรถโค้ชปรับอากาศมารับที่สนามบิน และจะคอยขับบริการรับส่งตลอดระยะเวลาการท่องเที่ยว การบริการทางด้านการให้คำอธิบายของสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ เช่นอาจจะมีไกด์ท้องถิ่นที่มีความรู้เพียงพอที่จะบรรยายถึงประวัติความเป็นมาของสถานที่สำคัญๆ หรือคอยให้บริการและอำนวยความสะดวกระหว่างเดินทาง เพราะจริงๆ แล้วเมื่อนักเดินทางตัดสินใจที่จะเดินทางกับทัวร์ นั่นก็หมายความว่า นักเดินทางต้องการความสะดวกสบายในด้านต่างๆ ระหว่างการเดินทาง 6. ค่าใช้จ่ายอื่น นักเดินทางควรจะอ่านรายละเอีดของราคาแพคเกจทัวร์ให้ถี่ถ้วนว่า ราคาในแพคเกจทัวร์นั้นครอบคลุมค่าอะไรบ้าง และเราจะต้องจ่ายค่าอะไรเพิ่มเองบ้าง โดยทั่วไปราคาในแพคเกจทัวร์จะรวมค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า ค่าภาษีสนามบิน ค่าอาหารทุกมื้อ และค่าเข้าชมสถานที่เที่ยวต่างๆ ที่กำหนดไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยว ส่วนค่าอาหาร เครื่องดื่ม ค่าซักรีดที่เรียกใช้บริการจากทางโรมแรม ค่าธรรมเนียมการทำหนังสือเดินทาง หรือค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกินจากที่ทางสายการบินระบุไว้จะไม่รวมอยู่ในราคาแพคเกจทัวร์ 7. ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์การนำเที่ยวของบริษัททัวร์ ควรเลือกบริษัททัวร์ที่มีประสบการณ์ในการนำเที่ยวเป็นที่ยอมรับในระดับหนึ่ง โดยอาจจะลองสอบถามข้อมูลจากเพื่อนๆ หรือผู้ที่เคยใช้บริการมาแล้วว่าบริการดีหรือไม่ ด้วยความปราถนาดีจาก ทีมงาน ทัวร์เอ็กซ์เพรส เซ็นเตอร์ ดอทคอม บริการรับจัดทัวร์ต่างประเทศ
|








